เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 69 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 วุฒิสภา นำโดยนายนพดล อินนา ประธานคณะ กมธ. เชิญเอกอัครราชทูตประเทศอาเซียน +3 เข้ารับฟังข้อมูลการพิจารณายกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
โดยนายนพดล ให้สัมภาษณ์ก่อนเริ่มประชุมว่า เรื่อง MOU 2543 และ MOU 2544 มีความสำคัญต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคง หลังจากที่ กมธ.ได้เสนอผลการศึกษาในที่ประชุมใหญ่ ก็ปรากฏว่ามีข่าวในต่างประเทศ วุฒิสภาจึงเรียนเชิญเอกอัครราชทูตของประเทศอาเซียนและมหาอำนาจ 3 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น รวมทั้งหมด 12 ประเทศ และทุกประเทศตอบรับคำเชิญ เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าวันนี้จะได้ให้ข้อมูลซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดในที่ประชุม ว่า กมธ.ชุดนี้ ได้ตัดสินใจมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ มีเหตุผลอะไร จะได้กราบเรียนชี้แจงท่านเอกอัครราชทูต และถือโอกาสเรียนถึงที่มาที่ไปของ MOU รวมถึงการบุกรุกอาณาเขตประเทศไทยในช่วง 25-26 ปี จนทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชา
“วันนี้จะพูดให้ชัดเจนว่าบ้านหนองจาน ที่ จ.สระแก้ว ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพหลายแสนคน เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว และเมื่อสงครามภายในของกัมพูชาสงบ คนเหล่านี้จำนวนมากไม่ยอมกลับประเทศ ยึดพื้นที่บริเวณนั้นและยังมีอีกหลายพื้นที่ ซึ่งจะยกตัวอย่างให้ท่านเอกอัครราชทูตได้ฟัง จะได้รู้ข้อเท็จจริง เพราะหลักฐานเหล่านี้มีทางหน่วยงานระดับสากล ทั้ง UNHCR และกาชาดสากล ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในช่วงนั้น ประเทศไทยได้ให้ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค สิ่งเหล่านี้จะอธิบายด้วยภาพทั้งหมดด้วย” นายนพดล กล่าว
นายนพดล กล่าวต่อว่า การให้ข้อมูลในวันนี้จะไม่มีอคติใดๆ ทั้งสิ้น ภาพที่จะเอามาเปิดจะเป็นภาพที่ กมธ. ลงพื้นที่จริง 7 จังหวัดชายแดน จะเห็นได้ว่าการศึกษาครั้งนี้จะเป็นการศึกษาที่ลงลึกมองรอบด้านทุกมิติ
เมื่อถามว่า วุฒิสภากัมพูชา นำโดยฮุน เซน ควบคุมและเผยแพร่ข้อมูลฝั่งกัมพูชากับสากลมาโดยตลอด ฝั่งวุฒิสภาไทยจะดำเนินการอย่างไร นายนพดล กล่าวว่า ประธานวุฒิสภาไทยได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศ คณะกรรมการชุดนี้จะดำเนินการทำนโยบายการทูตรัฐสภาเชิงรุก ซึ่งจะสอดคล้องกับสหภาพรัฐสภาโลก (IPU) จะทำให้เราสามารถชี้แจงต่อสากลได้ในนามวุฒิสภา โดยเฉพาะกรณีของกัมพูชาหากมีข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เราจะใช้สิทธิในการให้ถ้อยแถลงต่อไปหรืออธิบายสิ่งต่างๆ
เมื่อถามว่า สถานการณ์ล่าสุด มีรายงานว่าทหารกัมพูชาสร้างบังเกอร์ที่ จ.สระแก้ว สูงกว่าฝั่งไทย นายนพดล กล่าวว่า อยากให้มั่นใจว่าทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนเข้มแข็งพอสมควร และมียุทธวิธีในการผลักดัน เตรียมการเรื่องเหล่านี้ ตนคิดว่าตัวมีความมั่นใจพอสมควรในการปกป้องอธิปไตยโดยฝ่ายความมั่นคง อย่างไรก็ตาม การเชิญเอกอัครราชทูตมาในวันนี้เป็นการเชิญประเทศอาเซียน +3 เนื่องจากเราควรเริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านก่อน เพราะถ้าเพื่อนบ้านเราไม่เข้าใจก็จะลำบาก ถ้าเขาเข้าใจแล้วในวงการทูตก็จะมีพรรคพวกเพื่อนฝูงพอสมควรที่จะไปช่วยถ่ายทอดข้อมูลนี้ต่อไปให้ประเทศอื่นด้วย



