กรณีวันที่ 9 ก.ย. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาดกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม ปัจจุบันนายทักษิณ อยู่ระหว่างการถูกคุมขังมาแล้ว 27 วัน อีกทั้งยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศคอยรวมตัวมาให้กำลังใจที่เรือนจำฯ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

‘ทนายเชาว์’ โต้ยื่นอภัยโทษรอบสองให้ทักษิณ ชี้กฎหมายไม่เข้าเกณฑ์เสี่ยง ม.157

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยผู้สื่อข่าวหลากหลายสำนักยังคงปักหลักติดตามรายงานความเคลื่อนไหว โดยวันนี้ได้รับรายงานว่าสมาชิกครอบครัวชินวัตร ได้แก่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ โดยมี นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ร่วมเดินทางมาด้วย ส่วนบริเวณด้านหน้าประตูเรือนจำกลางคลองเปรม ได้มีมวลชนคนเสื้อแดง คอยส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายทักษิณ

ต่อมาเวลา 09.40 น. เมื่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยนายทักษิณ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ เดินทางมาถึงเรือนจำฯ ได้ลงจากรถยนต์ส่วนบุคคล เดินยกมือไหว้เข้าหากลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ ก่อนจูงมือกันเดินเข้าด้านในเรือนจำฯ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใด ๆ กับผู้สื่อข่าว

ขณะที่หนึ่งในตัวแทนกลุ่มมวลชนเสื้อแดง เปิดเผยว่า ตนยังคงเฝ้ารอติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และหวังว่านายทักษิณจะได้รับโอกาสในการรักษาตัวที่บ้านภายใต้ระบบกำไล EM (Electronic Monitoring) แทนการคุมขังในเรือนจำ ตนมีความศรัทธาและชื่นชมในตัวนายทักษิณ มาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ นายทักษิณทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมากมาย ถ้าจะกล่าวหาว่าท่านโกงบ้านเมือง เราก็อยากถามกลับไปว่าแล้วประเด็นอื่น ๆ อย่างเรื่องเขากระโดง ทำไมถึงยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ก็มีหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว

ส่วนประเด็นเรื่องครบกำหนดระยะเวลา 3 วัน ซึ่ง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้คณะกรรมการพิจารณาข้อกฎหมายเรื่องที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายเป็นครั้งที่สอง ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พล.ต.ท.รุทธพล และได้รับคำตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ยังไม่สะดวกในเรื่องดังกล่าว

ต่อมาเวลา 10.10 น. ภายหลังจากที่นายสมชาย และนางเยาวภาได้เข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำฯ ทั้งคู่จึงได้เดินออกมา พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า นายทักษิณมีกำลังใจดีและเข้าใจในระบบกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ท่านไม่ได้ฝากอะไรมาพิเศษ ก็เป็นการพูดคุยตามประสาพี่น้อง ก็เห็นใจกันที่ต้องมารับเคราะห์แบบนี้ สุขภาพดี ใบหน้าสดใส ทำใจได้ ท่านรู้ว่าควรอยู่อย่างไร รู้ว่าอยู่แค่ชั่วคราว ท่านฝากขอบคุณคนเสื้อแดงและทุกคนที่มาห่วงใยเยี่ยมเยียนท่าน ไม่ได้มีการพูดเรื่องขออภัยโทษแต่อย่างใด จากที่เกิดขึ้น เราก็มีความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจ

ขณะที่ นายวิญญัติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องยื่นขออภัยโทษ ตอนนี้ก็ทราบว่าอยู่ในกระบวนการของกระทรวงยุติธรรม ทั้งหมดเราก็ไม่ได้ไปก้าวล่วงการดำเนินการอะไรต่าง ๆ เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ ส่วนกรณีที่ รมว.ยธ. คนใหม่มีการตั้งคณะกรรมการมาดูข้อกฎหมายว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายครั้งนี้สามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น ตนไม่มีความเห็น เพราะการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวก็เป็นดุลพินิจของ รมว.ยธ.คนใหม่ อย่างไรตนขอรอฟังผลแทนดีกว่า ไม่มีความเห็นใด ๆ