สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่า โอเปกระบุในแถลงการณ์ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่มั่นคง และปัจจัยพื้นฐานตลาดที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน ได้สะท้อนให้เห็นจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้น สมาชิกทั้ง 8 ประเทศของโอเปกพลัส จึงตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตอีก 137,000 บาร์เรลต่อวัน จากระดับของเดือน ต.ค.

นายฮอร์เก ลีออน นักวิเคราะห์จากไรสตัด เอเนอร์จี กล่าวว่า โอเปกพลัสดำเนินการอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า การผลิตอาจเพิ่มขึ้นเป็น 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะเดียวกัน กลุ่มดังกล่าวยังคงอยู่บนเส้นทางที่ยากลำบาก ระหว่างการการรักษาเสถียรภาพ และการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ในสภาวะที่น้ำมันล้นตลาด

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) คูเวต คาซัคสถาน โอมาน และแอลจีเรีย ได้เพิ่มโควตาการผลิตน้ำมันแล้วมากกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ขณะที่เมื่อช่วงต้นปีนี้ โอเปกพลัสให้ความสำคัญกับการรักษาราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับสูงด้วยการจำกัดอุปทาน จนกระทั่งเดือน เม.ย. เรื่อยมาจนถึงตอนนี้ ที่กำลังพยายามเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากผู้ผลิตอื่น ๆ เช่น สหรัฐ บราซิล แคนาดา กายอานา และอาร์เจนตินา

การเตรียมเพิ่มเพดานการผลิตน้ำมันของโอเปกพลัสในรอบนี้เกิดขึ้น หลังองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นเพียง 700,000 บาร์เรลต่อวันระหว่างปี 2568-2569

ส่วนรายงานของโอเปกคาดการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2568 และอีก 1.4 ล้านบาร์เรลในปี 2569.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES