เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ต.ค. พรรคเพื่อไทย นายสมคิด เชื้อคง อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมเลือกตั้ง ว่า ที่ จ.อุบลราชธานี มีว่าที่ผู้สมัครมาร่วมงาน มีทั้งคนใหม่และคนเก่า ซึ่งเข้าใจว่า สส. ของ จ.อุบลราชธานี จะเป็นคนเดิมทั้งหมด และยังมีบางเขตที่พูดคุยกันอยู่ แต่ไม่น่ามีปัญหา 

เมื่อถามว่า มีปัญหาหนักใจในการหาเสียงพื้นที่ชายแดน นายสมคิด กล่าวว่า ลูกชายตนลงพื้นที่เยอะ ซึ่งสถานการณ์ชายแดนโดยเฉพาะที่ช่องบก อ.น้ำยืน อ.น้ำขุน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้โวยวายกรณีเงินเยียวยาที่รัฐบาลชุดที่แล้วให้มา แต่ปรากฏว่าจังหวัดอื่น เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ ได้งบทำบังเกอร์หมด แต่ จ.อุบลราชธานี ที่มีพื้นที่สำคัญอย่างช่องบก ไม่ได้สัญญาจ้างสักอัน ตนมองว่าผู้ที่รักษาการผู้ว่าราชการหรือใครก็ไม่ทราบ ทำเช่นนี้ไม่ถูก และอยากให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ไปดู เพราะตนไม่ได้มองว่าเป็นฝ่ายไหน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ต้องดู 

“ขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้พี่น้อง อ.น้ำยืน น้ำขุน จะกลายเป็นลูกเมียน้อย ซึ่งตนได้พูดกับผู้ว่าฯ คนใหม่แล้วว่า งบประมาณเก่าได้ตกไป เนื่องจากเป็นงบประมาณปี 2568 แต่สามารถทำได้ใหม่โดยใช้งบกลาง” นายสมคิด กล่าว

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่ากลุ่มของนายสมคิดจะย้ายออกจากเพื่อไทย วันนี้ถือเป็นการย้ำจุดยืนหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า วันนี้ยืนอยู่ตรงนี้ ยืนยันว่า ไม่มี ส่วนมากเป็นกระแสข่าว วันนี้ตนมาเพื่อมายืนยันว่าพรรคเพื่อไทย จ.อุบลราชธานี ยังเหนียวแน่น ไม่มีปัญหา แม้ว่าจะมีนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ลาออกจากสมาชิกพรรค ซึ่งท่านถึงทางแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปก่อน แต่ถือว่าไม่เป็นอะไร เพราะยังถือว่าเราเป็นเพื่อนและพรรคพวกกัน ซึ่งคนทำงานการเมืองพรรคเพื่อไทยยังคงที่ 

เมื่อถามย้ำว่า เพราะเหตุใดก่อนหน้านี้จึงมีกระแสข่าวเช่นนี้ นายสมคิด กล่าวว่า คนอื่นพูด ตนไม่ได้พูด ตนไม่เคยพูดว่าจะย้ายพรรค และผู้ใหญ่ก็ทราบ ซึ่งตนได้ให้ลูกชายของตนลง สส.เขต ส่วนตนจะลงบัญชีรายชื่อ 

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับกลุ่มอีสานใต้ด้วยหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ตนคุยเฉพาะ จ.อำนาจเจริญ ไม่มีปัญหาอะไร และเชื่อว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต อีกทั้งบางเขตก็มีผู้สมัครเกินด้วยซ้ำ แต่ยังต้องรอพรรคตัดสินใจ เลือกบุคคลที่ประชาชนต้องการมากที่สุด 

เมื่อถามว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ชายแดนจะทำให้การหาเสียงลำบากมากขึ้นหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า หาเสียงยากขึ้นทุกพรรค แต่อย่างน้อยเราก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าพรรคเพื่อไทยไม่ได้ขายชาติอย่างที่เขาว่า สิ่งที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพูดไป อาจจะพลั้งบ้าง แต่ความตั้งใจจริงของ น.ส.แพทองธาร ไม่มีขายชาติ ซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเวลาทำงานจริงมันคือเรื่องหนึ่ง วาทกรรมก็อีกเรื่อง แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่กลัวกระแส เพราะยังมีแฟนอยู่ คนที่เลือกเพื่อไทยยังไงก็เลือก คนที่ไม่เลือกยังไงก็ไม่เลือก เป็นเรื่องปกติ