วันที่ 7 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการคนละครึ่งพลัส โดยอนุมัติวงเงิน 44,000 ล้านบาท แบ่งเป็นจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 69 วงเงิน 25,000 ล้านบาท และงบกลางปี 69 วงเงิน 19,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการเป็นไปตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อสภา เพื่อต้องการแก้ปัญหาเร่งด่วน ภัยเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย
ทั้งนี้ คนละครึ่งพลัส จะมาต่อสู้ภัยเศรษฐกิจ ทิศทางไตรมาส 4 นี้ที่มีแนวโน้มติดหล่ม และชะลอตัว โดยคนละครึ่งพลัสเป็นเรือธง คู่กับโครงการเติมเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ กระตุ้นสร้าง ได้ผลยาวและกระจายตัว โดยให้สิทธิ 20 ล้านสิทธิ รัฐสมทบคนละครึ่ง ช่วยร้านค้ารายเล็กรายย่อย มีสิทธิเพิ่มรายได้ และกระตุ้นผลยาว คือ คนที่อยู่ในระบบภาษีได้เงิน 2,400 บาท ส่วนคนไม่ได้อยู่ระบบภาษี 2,000 บาท
สำหรับคนละครึ่งพลัส ยังช่วยเพิ่มทักษะพ่อค้าแม่ค้า ได้เพิ่มยอดจากการใช้เทคโนโลยี รู้ต้นทุนรายรับรายจ่าย จะเป็นโครงการที่รัฐบาลมุ่งเน้นเป็นเครื่องจักร ฟื้นไม่ให้เศรษฐกิจไทยติดหล่ม ตามนโยบาย ควิก บิ๊ก วิน ซึ่งเมื่อรวมงบ 44,000 ล้านบาท และประชาชนอีกครึ่งหนึ่ง รวมเป็น 88,000 ล้านบาท และหากรวมกับสิทธิเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกเกือบ 23,000 ล้านบาท รวมเป็นกว่า 100,000 ล้านบาทที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ คาดว่าจะกระตุ้นจีดีพีเพิ่ม 0.3-0.4% ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 68 จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 1%
ส่วนการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส จะทำผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง จำกัด 20 ล้านสิทธิ เริ่มลงทะเบียนใช้สิทธิ 20-26 ต.ค.68 หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม โดยมีระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.68
ขณะที่คุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียน มีบัตรประชาชน สัญชาติไทย, อายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน, ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 1 ต.ค.68 และต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง เฟส 1-5 และครั้งนี้ได้เปิดให้นิติบุคคลไมโครเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งช่วยให้ธนาคารรู้ข้อมูลและสามารถช่วยปล่อยสินเชื่อได้ เป็นการแก้หนี้นอกระบบด้วย
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟนที่ไม่สามารถใช้สิทธิคนละครึ่งพลัสได้นั้น จากการตรวจสอบคนกลุ่มนี้จะอยู่ในกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งได้เติมเงินบัตรสวัสดิการฯ 1,700 บาทต่อคน สามารถใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อรวมทั้งคนละครึ่งพลัสและเติมเงินบัตรสวัสดิการฯ จะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 68 คาดว่าจีดีพีจะอยู่ที่ 2.2%
นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การรองรับระบบแอปเป๋าตังทำได้สูงสุด 100,000 ธุรกรรมต่อวินาที ซึ่งที่ผ่านมามี 50,000 ธุรกรรมต่อวินาที ขณะที่คนละครึ่งในเฟสที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าระบบแอปเป๋าตังมีเสถียรภาพสูง



