วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความ กรมอนามัย ที่ขอชี้แจงประเด็น “เมล็ดแอปเปิ้ล” มีพิษไซยาไนด์ เป็นเรื่องจริง แต่ผู้บริโภคไม่ต้องกังวล การรับประทานสดไม่ต้องกังวล แต่ในกรณีที่เคี้ยวเมล็ดหรือรับประทานแอปเปิ้ลปั่นที่ปั่นทั้งเมล็ดจะมีความเสี่ยงเล็กน้อย สำหรับคนที่ร่างกายไม่แข็งแรง แต่หากรับประทานในปริมาณที่ปกติ ต่อมื้อ สำหรับคนที่มีสุขภาพปกติไม่มีความเสี่ยงที่ทำให้เสียชีวิต

โดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมดังนี้
เมล็ดแอปเปิ้ลมีสารประกอบชื่อ อะมิกดาลิน (amygdalin) ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น ไฮโดรเจนไซยาไนด์ (hydrogen cyanide) ที่เป็นพิษได้เมื่อสัมผัสกับเอนไซม์ในระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม การเผลอกลืนเมล็ดแอปเปิ้ลลงไปทั้งเมล็ดนั้น ไม่เป็นอันตราย เนื่องจากเปลือกหุ้มเมล็ดที่แข็งแรงจะป้องกันการย่อยสลาย ทำให้เมล็ดถูกขับออกจากร่างกายไปพร้อมกับกากอาหาร

อันตรายจะเกิดขึ้นเมื่อใด
ความเป็นพิษจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการ เคี้ยวหรือบด “เมล็ดแอปเปิ้ล”จนแตกละเอียดเป็นจำนวนมากเท่านั้น ซึ่งจะทำให้สารอะมิกดาลินถูกปลดปล่อยออกมาและทำปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็นไซยาไนด์ในร่างกาย

ต้องกินมากแค่ไหนถึงจะเสียชีวิต?
การบริโภค “เมล็ดแอปเปิ้ล”ในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตนั้นเป็นไปได้ยากมากในชีวิตประจำวัน โดยมีข้อมูลระบุว่า ปริมาณไซยาไนด์ที่เป็นพิษ โดยทั่วไป ปริมาณไฮโดรเจนไซยาไนด์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับผู้ใหญ่ คือ ประมาณ 0.5–3.5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

จำนวนเมล็ด ต้องเคี้ยวหรือบดเมล็ดแอปเปิ้ลประมาณ 150 ถึง 200 เมล็ด ในครั้งเดียว จึงจะได้รับไซยาไนด์ในปริมาณที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งเทียบเท่ากับการกินแอปเปิ้ลประมาณ 18-20 ลูกในมื้อเดียว ดังนั้น การเผลอเคี้ยวเมล็ดแอปเปิ้ลไปเพียงไม่กี่เมล็ดจึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกาย

อาการของการได้รับพิษไซยาไนด์ หากได้รับไซยาไนด์ในปริมาณน้อย อาจมีอาการเริ่มต้น เช่น:
– ปวดศีรษะ
– เวียนศีรษะ
– คลื่นไส้ อาเจียน
– วิตกกังวล


หากได้รับในปริมาณที่สูงขึ้นและรุนแรง อาจนำไปสู่อาการที่อันตรายกว่า เช่น หายใจลำบาก, ความดันโลหิตสูง, ชัก, หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด

โดยสรุป แม้ “เมล็ดแอปเปิ้ล” จะมีสารตั้งต้นของไซยาไนด์อยู่จริง แต่โอกาสที่จะได้รับพิษจากการบริโภคในชีวิตประจำวันนั้นต่ำมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวหรือบดเมล็ดแอปเปิ้ลเล่น และควรคายทิ้งเมื่อรับประทาน