เมื่อวันที่ 7 ต.ค.68 รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ “สทน.” พร้อมด้วย ดร.หาญณรงค์ ฉ่ำทรัพย์  ดร.กนกพร บุญศิริชัย  ดร.พรสรรค์ โรจนพานิช รองผู้อำนวยการ สทน. เข้าพบ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อรายงานภารกิจการดำเนินงานของ สทน. ตลอดจนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม เกษตร และสาธารณสุขของประเทศ

รศ.ดร.ธวัชชัยกล่าวว่า รมว.อว. ได้เน้นย้ำให้สทน. เร่งรัดการดำเนินงาน “โครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค” เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีรังสีในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะการยืดอายุและเพิ่มคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร การสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้าอาหาร รวมทั้งการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการกระจายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำของภูมิภาค โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ของ สทน. ที่จะช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ตามนโยบายรัฐบาล 

ในอนาคต สทน. มีเป้าหมายดำเนินจัดตั้งการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ให้ครบทั้ง 4 ภาค คือ โครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา  โครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ประจำภาคภาคตะวันออก จ.ระยอง โครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ประจำภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และโครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ประจำภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบปี 68  สทน. ให้ความสำคัญสูงสุดในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะการผลิตและให้บริการ “สารเภสัชรังสี” (Radiopharmaceuticals) เพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษา ในปี 68 สทน. ได้ส่งมอบสารเภสัชรังสีไปยังหน่วยเวชศาสตร์นิวเคลียร์กว่า 30 แห่งทั่วประเทศ มีจำนวนผู้ที่เข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง ไทรอยด์ และมะเร็งกระดูก ทั่วประเทศแล้วถึง 27,360 ราย ความสำเร็จจากการผลิตเองในประเทศ ช่วยลดความสูญเสียและลดมูลค่าการนำเข้าสารเภสัชรังสีจากต่างประเทศได้กว่า 405.58 ล้านบาท โดยเฉพาะการลดการนำเข้าเภสัชรังสีได้ 65 ล้านบาทต่อปี และลดความสูญเสียจากการหยุดงานได้ 350 ล้านบาทต่อปี

สำหรับด้านการเกษตรและอาหาร ได้นำเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปใช้เพื่อสร้างมูลค่าและเพิ่มความมั่งคั่งให้เกษตรกร ด้วยการยกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารเพื่อการส่งออก เช่น การบริการด้านอาหาร/การเกษตร (การฉายรังสี) ช่วยลดความสูญเสียและลดมูลค่าการนำเข้าได้กว่า 667.56 ล้านบาท  การถ่ายทอดเทคโนโลยีการฉายรังสีเพื่อ ฆ่าเชื้อและยืดอายุอาหารพื้นถิ่น ผ่านโครงการการพัฒนาอาหารพื้นถิ่นด้วยการฉายรังสี ทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพอาหารพื้นถิ่นให้แก่ผู้ประกอบการแล้ว 61 ผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังได้เดินหน้าโครงการลดจำนวนแมลงวันผลไม้ด้วยเทคนิคการใช้แมลงวันเป็นหมัน (Sterile Insect Technique – SIT) เพื่อสนับสนุนและปกป้องไม้ผลเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความสำเร็จในการพัฒนาพอลิเมอร์ดูดซับน้ำสูง (Hydrogel) เพื่อประยุกต์ใช้ในการเกษตรให้พืชทนแล้ง  

ด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีอนาคต ให้บริการด้านเทคนิคนิวเคลียร์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม โดยมีผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและความปลอดภัยทางรังสีและนิวเคลียร์เข้ารับบริการแล้ว 5,940 ราย เช่น การตรวจสอบโดยไม่ทำลายเพื่อค้นหารอยร้าว หรือตรวจสอบความสมบูรณ์ของการเชื่อมโลหะ  และสุดยอดผลงานวิจัยเพื่ออนาคต สทน. ได้เริ่มงานวิจัยขั้นแนวหน้าด้านวิศวกรรม โทคาแมค (Tokamak) หรือ “ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์” เครื่องแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการวิจัยด้านพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน เพื่อเป็นทางเลือกด้านพลังงานในอนาคตของประเทศ 

ด้านการพัฒนาบุคลากรและสร้างการรับรู้ ในปี 68 สทน. ได้พัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปแล้ว 30,818 ราย และสร้างการรับรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของเทคโนโลยีนิวเคลียร์สู่ประชาชนกว่า 2.1 ล้านคน เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และนวัตกรรมของ สทน. มากขึ้น

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์กลางการวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการบริการ เพื่อใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อความยั่งยืน และสร้างความมั่นคงในมิติต่าง ๆ ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง