หลังม่านงาน Sustainability Expo 2025 (SX2025) ปิดฉากลงอย่างงดงาม ด้วยตัวเลขผู้เข้าร่วมงานเกินกว่า 900,000 คน กลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ความสนใจเข้าร่วมชมเพิ่มขึ้นอย่างมาก และยอดขายในโซนอาหาร และตลาดยั่งยืนกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งมหกรรมนี้ ไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความประทับใจ แต่ยังส่งต่อคำถามสำคัญว่า “แล้วปีหน้า…เราจะเดินต่ออย่างไร ให้ยั่งยืนกว่าที่เคย?”
SX2025 ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เมื่อทุกโซนของงาน ล้วนพูดภาษาเดียวกันคือ “เริ่มที่เรา ทำได้จริง” สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของปีนี้ คือ การนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” (SEP) มาขยายเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล สื่อสารให้คนรุ่นใหม่เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และปีนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่งาน SX ได้ร่วมมือกับ Enactus องค์กรเยาวชนระดับโลกที่มีสมาชิกกว่า 35 ประเทศ มีผู้แทนเข้าร่วมจาก 32 ประเทศ พร้อมนักเรียนและนักศึกษากว่า 2,000 คน จากหลายสถาบัน ที่มานำเสนอแนวคิดความยั่งยืนผ่านหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในมุมมองสากล ซึ่งตีความได้ว่า “Sufficiency”
คือ “Enough” หรือความพอดีที่พอเพียงต่อการดูแลตนเอง ครอบครัว และสังคมในวงกว้าง

เมื่อ SDGs ถือเป็น เป้าหมายร่วม แต่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ “วิธีปฏิบัติ” ที่ลงมือทำได้จริง โดยเน้นความพอประมาณ มีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกัน มีคุณธรรมควบคู่กับความรู้ ซึ่งทั้งหมดนี้ คือ ระบบคิดที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วโลก
หลังจาก SX2025 จบลงแล้ว คณะผู้จัดงานได้ประกาศวันจัดงาน “SX2026” ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่อง เป็นปีที่ 7 ระหว่างวันที่ 6–15 พ.ย. 69 ทางทีม “Sustain Daily” ได้สำรวจความเห็นจากผู้ร่วมงานทั้งในส่วนของนักวิชาการ เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่มาร่วมงาน “อยากเห็นอะไรในงาน SX2026” เพื่อนำเสนอผู้จัดงาน พัฒนาต่อยอดจากที่ดีอยู่แล้วในหลาย ๆ จุด ให้ดียิ่ง ๆขึ้นไปอีก พร้อมเติมเต็มในสิ่งที่ผู้เข้าร่วมงานอยากเห็นเพิ่มเติม

1.อยากเห็นผังการวางบูธ และโซนต่าง ๆ ใหม่ เพราะเห็นเหมือนเดิมมาหลายปีแล้ว หลายคนบอกว่า SX Talk Stage มีเวทีเสวนาที่หลากหลาย มีเนื้อหาดี ๆ ตลอดทั้งวัน แต่อยู่ลึกไป อยากให้มาอยู่ด้านหน้าเรียกแขกเลย หลายคนบอกว่า บูธต่าง ๆ ที่มาออกงานดูเป็นนิทรรศการ เต็มไปด้วยบอร์ดไวนิล อยากให้เพิ่มกิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์ สร้างชีวิตชีวาให้กับบูธ เนื่องจากบูธไหนมีกิจกรรม จะมีผู้รอคิวเยี่ยมชมจำนวนมาก
ขณะที่บูธข้าง ๆ ว่างเปล่า หลายคนแนะนำว่าถ้าบริษัทต่าง ๆ ที่มาออกบูธ นำชุมชนที่เขาช่วยเหลือมาโชว์ และมาขายสินค้าชุมชน หรือสินค้านวัตกรรมจะเรียกแขกได้มากขึ้นอีก และสามารถทำให้แตกต่างจากโซน Market Place ด้านล่างได้ ส่วนโซน Market Place อยากเห็นการโชว์สินค้าหน้างานให้ดูน่าสนใจมากขึ้น เพื่อดึงดูดคนเข้าร่วมไปจับจ่ายใช้สอย
2.อยากเห็นเรื่องราวความยั่งยืนของคนรุ่นใหม่ เด็กเยาวชน และแนวทางการปลูกฝัง DNA ของความยั่งยืนของกระทรวงศึกษา และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาโชว์กัน ให้สนุกเหมือน อว. แฟร์ จะเรียกคนรุ่นใหม่ได้อีกมาก อยากให้เพิ่ม “ห้องทดลองแห่งความยั่งยืน” ที่ทุกคนได้ลงมือทำจริงให้มากขึ้น เพราะได้รับความนิยมมาก จากเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อปจัดการขยะ, โมเดลเกษตรในเมือง, หรือการเรียนรู้ระบบพลังงานสะอาดที่จับต้องได้
3.อยากต่อยอดงาน Event (เหตุการณ์) ให้เป็น Movement (ความเคลื่อนไหว) ให้มากขึ้น เช่น ให้มีห้องพูดคุย จับคู่ความร่วมมือ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการพันธมิตรความยั่งยืนมาเจอกัน พร้อมมีแหล่งทุนต่าง ๆ มาหาคู่ ให้การสนับสนุนในงานนี้ด้วย
4.อยากให้งาน SX เชื่อมโยงกับเพื่อน ๆ ในอาเซียน เป็นงานความยั่งยืนที่เพื่อน ๆ ในภูมิภาคมารวมตัว แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และหาทางสร้างความยั่งยืนของภูมิภาคให้ได้ เพราะศตวรรษที่ 21 คือเวลาของอาเซียน
เชื่อว่า วงการคนยั่งยืน ตั้งตารอคอยงาน SX2026 ซึ่งเป็นงานจัดต่อเนื่องปีที่ 7 จะมีการสรรค์สร้างงานให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นทุก ๆ ปี เพื่อดึงพลังคนทุกเจนเนอเรชันสร้างโลกใบนี้ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น ให้สมกับคำที่ว่า “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”.



