ความเคลื่อนไหวการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค. 68 โดยในส่วนของกีฬาว่ายน้ำ ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าสระว่ายน้ำของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จะปรับปรุงก่อสร้างเสร็จทันหรือไม่ เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 68 “โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ได้นำคณะสื่อมวลชน เข้าดูความคืบหน้าของการก่อสร้างสระว่ายน้ำ เพื่อคลายความกังวลและสงสัยว่าจะเสร็จทันหรือไม่

จากการเดินตรวจสอบความคืบหน้า ปรากฏว่า สระวอร์มได้เสร็จพร้อมใช้งานได้ ส่วนสระด้านในที่ใช้แข่งขัน อยู่ในขั้นตอนการเก็บรายละเอียดพื้นสระในส่วนที่ติดตั้งโครงเหล็กสไลด์ เพราะสระแห่งนี้สามารถปรับความยาว 50 ม. เป็น 25 ม. ได้ ส่วนที่นั่งก็ได้มีการปรับเรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตั้งเก้าอี้จำนวน 3,000 ที่นั่ง
ส่วนฝั่งสระกระโดดน้ำ ที่ไม่ได้ใช้แข่งขันซีเกมส์ แต่ก็ใกล้เสร็จแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเก็บรายละเอียดส่วนพื้นสระ และแท่นกระโดด ขณะที่ห้องรับรองต่าง ๆ รวมถึงห้องพักนักกีฬา เหลือเพียงติดตั้งระบบไฟฟ้าเท่านั้น

นายธนาวิชญ์ โถสกุล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในวันนี้ ก็ยืนยันได้เลยว่าการก่อสร้าง, ปรับปรุง, ตกแต่ง เป็นไปตามไทม์ไลน์ ที่ทาง กกท. กำหนดไว้ทุกอย่าง ตอนนี้อุปกรณ์ที่เราสั่งมาจากต่างประเทศก็มารอพร้อมประกอบแล้ว และที่มั่นใจว่าเสร็จทันซีเกมส์ 2025 เพราะการก่อสร้างเป็นรูปแบบใหม่ จะใช้การปูพื้นยางแทนการติดกระเบื้อง อีกทั้งมีผู้เชี่ยวชาญจากสิงคโปร์ เข้ามาติดตามการก่อสร้างโดยตลอด ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าต้องเสร็จทันซีเกมส์แน่นอน
นายธนาวิชญ์ ยังเผยต่อว่า สระแห่งนี้จะเป็นสระที่ทันสมัยที่สุดในไทย มีการปรับขนาดจาก 50 ม. เป็น 25 ม. ได้ มี 10 ลู่ จุได้ 3,000 ที่นั่ง สามารถจัดศึกใหญ่ระดับเอเชียได้ ส่วนระดับชิงแชมป์โลก ก็จะได้แต่ต้องเพิ่มที่นั่ง ขณะที่ห้องรับรอง ห้องพักนักกีฬา และที่นั่งของประธาน ก็เสร็จเรียบร้อย ส่วนด้านนอกสระวอร์มก็ลงน้ำแล้ว และข้างหลังก็จะทำเป็นสำนักงานของสมาคมฯ ต่อไป

“วันที่ 1 พ.ย. นี้ ทุกอย่างต้องเรียบร้อย และนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ จะต้องเข้ามาซ้อม อีกทั้งเตรียมจัดแมตช์ว่ายน้ำมาสเตอร์อาเซียนชิงแชมป์สระสั้น (25 ม.) เพื่อเป็นการทดสอบระบบก่อนการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อีกด้วย”
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสร้างเสร็จไม่ทัน ทางสมาคมฯ มีแผนสองรองรับหรือไม่ ซึ่ง “โค้ชตึก” กล่าวว่า สำหรับแผนสองนั้น ก็เตรียมไว้แล้วคือจะเอากีฬาว่ายน้ำไปแข่งที่ ม.เอแบค บางนา แล้วจะโยกเอาระบำใต้น้ำ ไปแข่งที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยจะขยับโปรแกรมของโปโลน้ำออกไป เพื่อให้ระบำใต้น้ำ ได้แข่งก่อน แต่ทั้งนี้ก็ขอยืนยันว่าสระว่ายน้ำ กกท. เสร็จทันซีเกมส์แน่นอน




