เมื่อวันที่ 8 ต.ค. น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีตรมช.ศึกษาธิการ และอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาโจมตีพรรคเพื่อไทยในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยมองว่าเป็นเกมล้างแค้นแทนที่จะร่วมกันทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้สวนทางกับความจริงที่สังคมรับรู้ คำพูดจากหัวหน้าพรรคที่อ้างตนว่าเป็นการเมืองใหม่ แต่กลับยอมรับได้กับปรากฏการณ์ดูดที่เกิดขึ้น จึงควรถามกลับว่า การยกมือของพรรคประชาชนในวันนั้น กลายเป็นพลังดูดให้พรรคสีน้ำเงินในวันนี้ใช่หรือไม่

“การพูดว่าไม่มีรัฐบาลเสียงข้างมาก เป็นเพียงคำลวงเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเอง เพราะข้อเท็จจริงจากสมการ สส. และนักการเมืองที่เพิ่มขึ้นของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคขนาดเล็กอีกหลายพรรค สะท้อนชัดถึงแรงดึงดูดจากอำนาจรัฐ ซึ่งพรรคประชาชนเองเป็นผู้หยิบยื่นให้” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในวันนี้มีอำนาจเต็มทั้งจากสภาล่างและสภาสูง ขณะที่คดีสำคัญหลายคดีที่สังคมตั้งคำถามกลับเริ่มเลือนหาย จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เป็นเพียง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ตามที่พรรคประชาชนพยายามสร้างภาพ

“พรรคประชาชนกำลังทำหน้าที่เป็นนั่งร้านค้ำรัฐบาลมากกว่าจะเป็นฝ่ายค้านที่ตรวจสอบอำนาจรัฐ เพราะจนถึงวันนี้ยังไม่เห็นความกล้าหรือความจริงใจที่จะตรวจสอบรัฐบาลภูมิใจไทย แต่กลับโทษพรรคเพื่อไทยว่าเป็นฝ่ายแค้น หากเพื่อไทยพร้อมยื่นอภิปรายซักฟอก ก็ไม่ควรเอาการแก้รัฐธรรมนูญ 4 เดือนมาเป็นเกราะกำบัง ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมย่อมไม่เกิดขึ้นได้ เมื่อยังมีร่างของภูมิใจไทย และ สว. ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเป็นคนของพรรคใด” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า วันนี้ประชาชนตาสว่างแล้วจาก “ดีลส้ม–น้ำเงิน” พรรคประชาชนไม่ควรแกล้งมองไม่เห็น เพราะฝ่ายค้านที่แท้จริงต้องกล้าเผชิญหน้าอำนาจรัฐ ไม่ใช่กลัวเสียดีลทางการเมือง พรรคประชาชนควรกลับมาอยู่ข้างประชาธิปไตย ร่วมกับพรรคเพื่อไทย ซักฟอกตรวจสอบรัฐบาลอุ้มบุญ เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่การเลือกจำว่าตอนไหนจะยึดหลัก และตอนไหนจะทำเป็นลืม