เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเงินสินบน 40 ล้านบาท ตามที่นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในสภา ซึ่งมีรายงานว่ากองบังคับการตำรวจปราบปราม เตรียมส่งสำนวนมาให้ ป.ป.ช. ไต่สวนต่อ ว่า ทราบมาว่ายังไม่ได้ส่งมาให้ ป.ป.ช. แต่คิดว่าจะส่งมาให้ ป.ป.ช. ภายในระยะเวลาไม่นาน

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนเมื่อส่งมาแล้ว ป.ป.ช. จะมีหน่วยงานรับเรื่อง และสำนักที่รับผิดชอบ เป็นผู้ตรวจรับเรื่อง ก่อนจะประมวลเรื่องนี้เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า เรื่องนี้จะรับไว้ดำเนินการเองหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ป.ป.ช. จะรับไว้ดำเนินการเองทุกเรื่อง เรื่องนี้เข้าใจว่าเป็นเรื่องของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง แต่เนื่องจากเรื่องยังไม่มา มติคณะกรรมการก็ยังไม่มี โดยหลักตรวจรับเรื่องไม่เกิน 30 วัน ต้องมีมติออกมา แต่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ไม่น่าจะนาน นโยบายที่น่าจะให้ความสำคัญอยู่แล้ว

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณี สว. ยื่นเรื่องกล่าวหานายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม คดีกล่าวหาแทรกแซงฮั้ว สว. นั้น อาจแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และส่วนที่อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม เนื่องจากเป็นรัฐมนตรี ทั้ง 2 ส่วน ในคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ถ้าปรากฏว่า เป็นการกระทำมีมูลความผิด ป.ป.ช. อาจต้องดำเนินการต่อจนเสร็จ เพราะว่าความรับผิดทางอาญา ยังมีอยู่ ส่วนคดีมาตรฐานจริยธรรม เป็นโทษทางการเมือง เป็นเรื่องของการวินิจฉัยว่าตัวผู้ถูกกล่าวหา จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองหรือไม่ เทียบกับคดีถอดถอนจากตำแหน่งในอดีต แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะถูกถอดถอนจากอดีตไปแล้ว อำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช. ยังมีอยู่

เมื่อถามถึง กรณีคณะ สว.สำรอง ยื่นคำร้องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรมของ สว. จำนวน 92 คน นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าได้รับคำร้อง และอยู่ระหว่างเดินหน้าตรวจสอบเป็นรายบุคคล ว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินหรือไม่.