เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (โฆษกทอ.) กล่าวว่า ทอ.ขอชี้แจงให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ทราบถึงโครงการจัดซื้อระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (แอนตี้-โดรน–ซิสเต็ม ) จำนวน 2 โครงการ รวม 13 ระบบ มูลค่า 997.93 ล้านบาท เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของประเทศ ภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ได้มีการตรวจพบการใช้งานอากาศยานไร้คนขับในการรุกล้ำอธิปไตยของไทย ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบกลางเป็นกรณีพิเศษในสภาวะไม่ปกติ ให้กองทัพอากาศเสริมสร้างขีดความสามารถการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยความเร่งด่วนของกรอบระยะเวลาในการดำเนินการ 

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ทอ.จึงขอยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และในห้วงเวลาเดียวกัน ได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่มีความชำนาญให้นำเสนอระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ เพื่อประกอบการพิจารณาในการดำเนินการจัดหา โดยกองทัพอากาศได้แต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการระบบอากาศยานไร้คนขับ (ยูเอเอส) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ (ซียูเอเอส) เพื่อทดสอบและประเมินประสิทธิภาพระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ตามสถานการณ์จำลองที่กองทัพอากาศกำหนด 

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาผลการทดสอบและประเมินประสิทธิภาพ ประกอบกับแนวคิดการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาระบบในระยะยาว จึงนำไปสู่การขอราคากลางและการออกหนังสือเชิญชวนบริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด ในการเสนอระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ให้กองทัพอากาศพิจารณาในการยกระดับขีดความสามารถการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับของประเทศ

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง กองทัพอากาศและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการความร่วมมือในการดำเนินการตามมาตรการทั้งเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อรองรับภัยคุกคามที่เกิดจากอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติอย่างต่อเนื่องโดยตลอด เช่น การควบคุมและจำกัดห้วงเวลาการบินของอากาศยานไร้คนขับ การบูรณาการการตรวจจับและเฝ้าระวังอากาศยานไร้คนขับร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ 

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า การสร้างการรับรู้ให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนถึงอันตรายของอากาศยานไร้คนขับ การแบ่งมอบพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ของเหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการป้องกันเป้าหมายที่มีคุณค่าสูง และการซักซ้อมการปฏิบัติในการป้องกันที่ตั้งและเป้าหมายที่มีคุณค่าสูงจากการโจมตีของอากาศยานไร้คนขับ เป็นต้น

พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า ทอ.ขอให้ความเชื่อมั่นว่า จะดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถการต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมรองรับภัยคุกคามจากอากาศยานไร้คนขับในปัจจุบัน และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยจะใช้เงินงบประมาณที่ได้รับอย่างโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล และเกิดความคุ้มค่าสูงสุด