เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ที่รัฐภา นายสยาม หัตถสงเคราะห์ สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กมธ. เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กรณีที่ได้มีการระบุถึงเงินสินบน 40 ล้านบาท ในการไม่ดำเนินการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ทาง กมธ. ให้ความสนใจในเรื่องนี้ และเชื่อว่าสิ่งที่นายไชยชนกพูดเป็นเรื่องจริง เพราะ กมธ. โดยเฉพาะตัวของตน ติดตามเรื่องสแกมเมอร์มาตลอด และเมื่อได้เจอกับนายไชยชนก จึงได้เชิญว่าหากสะดวกก็มาชี้แจงต่อ กมธ. ว่าใครเป็นผู้นำเสนอเงิน 40 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดำเนินการต่อว่า เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นมาอย่างไร ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง โดยในตอนแรกนายไชยชนก รับปากว่าจะมาชี้แจงกับ กมธ. แต่เนื่องจากวันนี้ติดภารกิจเร่งด่วน จึงไม่ได้มาชี้แจง อย่างไรก็ตาม นายไชยชนกส่งตัวแทนมา
นายสยาม กล่าวต่อว่า ตนเชื่อว่าเมื่อเกิดช่องว่างในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เราจะสังเกตได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลับคืนมาได้อีก โดยเฉพาะข้อเท็จจริงจากศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะชี้ได้ชัดว่า คนที่โทรฯ เข้ามาเป็นการฉ้อโกงทางไซเบอร์ และพนันออนไลน์ก็เกิดขึ้นมาอีก แต่ล่าสุดเห็นว่ามีการปราบปรามอย่างเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามว่าหลังจากนี้ทาง กมธ. จะเชิญนายไชยชนก มาชี้แจงอีกหรือไม่ นายสยาม กล่าวว่า เชิญแน่นอน อย่างไรก็ต้องเชิญ และนายไชยชนก ก็เคยอยู่ใน กมธ. นี้ด้วยกัน และวันนี้ตนจึงเชื่อเหลือเกินว่านายไชยชนก เมื่อเข้าไปนั่งรัฐมนตรี ถึงได้รู้ความเป็นจริงว่าพวกนี้กล้ามากที่อาศัยช่วงจังหวะแบบนี้ และคิดว่าจะเอาเงินมา เพื่อไม่ให้ปิดเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ดังนั้นตนคิดว่านายไชยชก มาร่วมมือกับ กมธ. เพื่อปราบปรามแก๊งพวกนี้ให้เด็ดขาด
เมื่อถามว่านอกจากนายไชยชนกแล้ว จะมีการเรียกบุคคลที่มีการเปิดเผยชื่อออกมาตามข่าว ทั้ง สส. ของพรรคภูมิใจไทยและผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. เข้ามาชี้แจงด้วยหรือไม่ นายสยาม กล่าวว่า ตนคิดว่าต้องบูรณาการกัน วันนี้ต้องยอมรับว่า เกิดข้อเท็จจริงเกิดขึ้นแล้วจริงๆ เพราะรัฐมนตรีพูดกลางสภา ก็คือข้อเท็จจริง ถ้าเราตามหาและติดตามให้ได้ว่า ในสิ่งที่รัฐมนตรีมีดำริกับปลัดกระทรวงคนใหม่ ว่าภายใน 30 วัน ต้องหาข้อเท็จจริงให้ได้ ดังนั้น เรื่องนี้ตนจะติดตามด้วยเหมือนกัน และตนมั่นใจว่าตัวละครที่พูดถึงทั้งหมดมีอยู่จริง บุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบกับคำพูด
เมื่อถามว่าหากไม่มาชี้แจง จะมีการดำเนินการอย่างไรต่อ เช่น องค์กรอิสระ เพื่อให้ตรวจสอบ เพราะอย่างน้อยรัฐมนตรีก็ยอมรับแล้วว่ามีการเสนอเงินให้ 40 ล้านบาทจริง หากไม่ดำเนินการอาจเข้าข่ายมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติได้ นายสยาม กล่าวว่า วันนี้ตนเข้าใจว่าขั้นตอนไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองปราบฯ แล้ว ดังนั้น ถ้าคดีไม่คืบหน้า ตนต้องไปติดตาม ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่โดนหลอกลวง เพราะเรื่องเหล่านี้ถือเป็นปัญหาความมั่นคง อย่างไรต้องติดตามแน่นอน



