เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ทีมที่ปรึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ สภาผู้แทนราษฎร กรณีมีความสัมพันธ์กับนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ นายเบน สมิธ ซึ่ง กมธ. ได้มีหนังสือเชิญ ร.อ.ธรรมนัส เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา ตนได้รับมอบหมายให้เข้ามาชี้แจงแทนในทุกเรื่อง ทุกประเด็น แต่รออยู่ 40 นาที ไม่มีเจ้าหน้าที่มาติดต่อเลยว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร และตนจะรอจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาติดต่อ แต่ถ้าไม่ให้เราชี้แจงก็น่าจะให้เราได้เข้าไปใน กมธ. และบอกว่าไม่ให้ชี้แจงด้วยเหตุผลอะไร ประเด็นกฎ ระเบียบหรือมติของ กมธ. เป็นอย่างไร แต่ก็ไม่มีใครมาติดต่อเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังสือเชิญต้องการให้เจ้าตัวมาตอบเองเท่านั้น นายธนดล กล่าวว่า มี พ.ร.บ.อำนาจเรียกของ กมธ. ระบุชัดเจนว่า ในกรณีที่จะเชิญรัฐมนตรี ต้องทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีด้วย จึงขอถามว่าการเรียก ร.อ.ธรรมนัส เรียกในฐานะบุคคลหรือเรียกในฐานะรัฐมนตรี ถ้าเรียกในฐานะรองนายกฯ และรัฐมนตรี ก็ต้องถามว่าได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้วหรือยัง ในกฎหมายยังบอกว่า ถ้าเจ้าตัวที่ได้รับการเชิญไม่สามารถมาได้ ก็สามารถส่งตัวแทนมาได้ ซึ่งตนปฏิบัติตามกฎหมาย การที่ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้มาชี้แจง เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่น้ำท่วม อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ จึงมอบหมายให้ตนมาเป็นตัวแทนในการชี้แจง เพราะฉะนั้นตนทำตามกฎหมายและตนอยู่ใน 2 สถานะ คือ 1.ได้รับมอบอำนาจจากนายเบน สมิธ ให้ดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์ ฐานหมิ่นประมาท และ 2.เป็นคณะที่ปรึกษาของ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งตนมาในฐานะที่ 2 ที่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างนายเบน สมิธ และ ร.อ.ธรรมนัส เป็นอย่างดี ทั้งนี้ในหนังสือเชิญได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส ตามกฎหมายอำนาจเรียก ซึ่งหากเจ้าตัวไม่สะดวกก็สามารถส่งตัวแทนได้ จึงตั้งคำถามไปยัง กมธ. ว่ามีบรรทัดฐานแบบนี้ใช่หรือไม่ ถ้าเรียกนายกรัฐมนตรี แล้วนายกฯ ไม่ว่าง มอบคนอื่นไม่ได้ใช่หรือไม่ ตอนนี้ในการเรียกใช้อะไรเป็นบรรทัดฐาน และในวันนี้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะ “รัฐมนตรี”  

เมื่อถามว่า ข้อมูลที่เตรียมมาชี้แจงวันนี้มีอะไรสำคัญบ้าง นายธนดล กล่าวว่า ตนมีทุกอย่างครบทุกประเด็นว่านายเบน สมิธ เป็นใคร ทำอะไร ทำไมถึงมาอยู่ประเทศไทย ตนพร้อมตอบทุกคำถาม และยืนยันว่านายเบน สมิธ คนที่นายรังสิมันต์หมายถึง กับนายเบน สมิธ ที่รู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนละคนกัน ตนไปดูหลักฐานมาหมดแล้วยืนยันว่าเป็นคนละคนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อปี 62 พบว่านายเบนจามิน เบอร์เจอร์ ได้กระทำความผิดขายหุ้นบริษัท เทียนเทียน แล้วทำหนังสือไปถึงกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กอง 3 แล้วมาพบทีหลังว่าคนที่ขายหุ้นใช้ชื่อปลอม ชื่อจริง มิสเตอร์นี้ๆๆ แต่ตนยังไม่พูด จะไปสู้ที่ศาลเท่านั้นว่าคนละคนแน่นอน ซึ่งเห็นกับตา ยืนยันเลยว่า เบน สมิธ เป็นคนละคนกับที่นายโรมพูด แล้วตอนนี้ก็ถูกดำเนินคดีไปแล้ว แล้วคนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่ เบนจามิน เบอร์เจอร์ ด้วย ซึ่งตนจะรอไปชี้แจงใน กมธ.

เมื่อถามว่า เรื่องทุนสีเทาที่ชายแดน นายธนดล กล่าวสวนขึ้นมาว่า เกี่ยวอะไรกับ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าไม่เกี่ยว ทุนสีเทาก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมาย มีหลักฐานอะไร ใครทำผิดก็ดำเนินคดี ไม่เกี่ยวกับ ร.อ.ธรรมนัส หากมีหลักฐานก็ไปแจ้งความเอาผิด ไม่ต้องมาพูดรายวัน และถ้ารู้ว่าเขากระทำความผิด แล้วไม่ดำเนินคดี เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ขอฝากย้อนถามไปด้วย ตนยังไม่เห็นหลักฐานเลยเอามาให้ดูหน่อย ว่าเบนจามิน หรือ เบน สมิธ เป็นทุนสีเทา เป็นทุนกัมพูชา เป็นสแกมเมอร์ เป็นคอลเซ็นเตอร์จริงไหม ถ้าไม่จริงนายโรมต้องรับผิดชอบ

นายธนดล กล่าวว่า เมื่อไปดูพยานหลักฐานแล้ว นายเบน สมิธ ไม่ได้โดนดำเนินคดี ไม่มีหมายแดง ไม่เคยถูกต้องคำพิพากษาในประเทศไทย เป็นบุคคลที่เดินทางเข้าออกในประเทศไทยได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ส่วนสถานการณ์คบหากับ ร.อ.ธรรมนัส เป็นเหมือนคนรู้จักกันเป็นพี่เป็นน้อง ไม่มีกฎหมายไหนห้ามคบกัน เราปฏิบัติตามข้อกฎหมาย หากนายเบน สมิธ ทำผิดขอให้แจ้งความเลย

เมื่อถามว่า หลังจากนี้นายเบน สมิธ จะมีการขอสัญชาติไทยใหม่หรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า การขอสัญชาติถูกตีกลับเนื่องจากบุตรชายของนายเบน สมิธ บอกว่าพ่อกับแม่เป็นคนสัญชาติอื่น เลยกลับไปแก้เอกสารเท่านั้นเอง ส่วนการจะขอใหม่ก็เป็นสิทธิของเขา

เมื่อถามว่า ขณะนี้สังคมออกมาวิจารณ์กันเยอะ นายธนดล กล่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ เบน สมิธ ไม่มีสิทธิออกมาพูด ตนจึงมาพูดแทน ประชาชนเดือดร้อนก็มาเล่นเกมการเมือง เคยสนใจประชาชนบ้างหรือไม่

เมื่อถามว่า หาก กมธ. มีการเชิญครั้งต่อไป ร.อ.ธรรมนัส จะมาด้วยตัวเองหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า เราว่าไปตามกฎหมาย แต่วันนี้เราอยากเข้าไปใจจะขาด เพราะเตรียมหลักฐานมาว่า เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ กับ เบน เบอร์เจอร์ เป็นคนละคนกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายเบน สมิธ เลย แต่คนมาพูดโจมตีทุกวัน จนประชาชนเข้าใจว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งไม่ใช่ ถ้าจริงเราไม่กล้าฟ้องร้อง เพราะเขาก็เป็นนักธุรกิจ จึงไม่อยากออกมาพูด เดี๋ยวจะเสียหาย สุดท้ายก็เป็นเกมการเมืองที่ต่างคนต่างทำหน้าที่ และถ้า เบน สมิธ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือทุนสีเทาใครจะรับผิด และยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัส และ เบน สมิธ ไม่มีธุรกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกัน

เมื่อถามว่า จากนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายธนดล กล่าวว่า ต้องดูว่าอะไรที่ถูกพาดพิงและทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย.