สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า ข้อตกลงการจัดการและการกำจัดพลูโตเนียม (พีเอ็มดีเอ) ซึ่งได้รับการลงนามเมื่อปี 2543 และมีผลบังคับใช้ในปี 2554 กำหนดให้สหรัฐและรัสเซีย ต้องกำจัดพลูโตเนียมสำหรับการผลิตอาวุธ ประเทศละอย่างน้อย 34 ตัน ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ปริมาณข้างต้นเพียงพอสำหรับหัวรบนิวเคลียร์มากถึง 17,000 หัว

อย่างไรก็ตาม บันทึกเกี่ยวกับกฎหมายที่ทำให้รัฐบาลมอสโก ถอนตัวออกจากข้อตกลงฉบับดังกล่าว ระบุว่า สหรัฐดำเนินมาตรการต่อต้านรัสเซียแบบใหม่หลายประการ ซึ่งเปลี่ยนแปลงสมดุลทางยุทธศาสตร์โดยพื้นฐานในช่วงการบังคับใช้ข้อตกลง และก่อให้เกิดภัยคุกคามเพิ่มเติมต่อเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์

ภายหลังการถอดแยกชิ้นส่วนหัวรบหลายพันหัวหลังสงครามเย็น ทั้งรัฐบาลมอสโก และรัฐบาลวอชิงตัน ต่างมีพลูโตเนียมสำหรับการผลิตอาวุธประมาณมาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดเก็บ และเสี่ยงต่อการแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์

อนึ่ง เป้าหมายของพีเอ็มดีเอ คือ การกำจัดพลูโตเนียมสำหรับการผลิตอาวุธ โดยเปลี่ยนมันให้อยู่ในรูปแบบที่ปลอดภัยกว่า เช่น เชื้อเพลิงออกไซด์ผสม (ม็อกซ์) หรือการฉายรังสีพลูโตเนียมในเครื่องปฏิกรณ์นิวตรอนเร็ว เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

ก่อนหน้านี้ รัสเซียระงับการดำเนินการตามพีเอ็มดีเอ เมื่อปี 2559 โดยอ้างถึงการคว่ำบาตรของสหรัฐ และการกระทำที่ไม่เป็นมิตรต่อรัสเซีย รวมถึงการขยายตัวขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และการเปลี่ยนแปลงวิธีการกำจัดพลูโตเนียมของสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP