เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ ร.ต.อ.ชัยกฤต ชูศรี รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์พระสงฆ์ โดยเบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่ยอมรับสารภาพ เหตุเกิดบริเวณคิวรถโดยสารสาธารณะ หน้าตลาดรังษิณา ถนนอุดรดุษฎี เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังสายตรวจ 191 รุดไปตรวจสอบ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบพระสมพงษ์ จันทผา หรือหลวงตาสม อายุ 79 ปี ชาว ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ นั่งรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่อยู่หน้าร้านขายของชำ โดยแจ้งว่าโทรศัพท์มือถือที่เก็บไว้ในย่ามสูญหายไป 3 เครื่อง ขณะที่นายสังคม หาวิเชียร อายุ 41 ปี ลูกจ้างร้านชำ อ้างว่าเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และชี้ยืนยันว่า นายต้น อายุ 38 ปี ชาว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเห็นเดินวนเวียนบริเวณที่วางย่ามไว้

ด้านนายต้นยอมรับว่าได้หยิบโทรศัพท์ไปจริง แต่ยืนยันว่าเอาไปเพียง 1 เครื่องเท่านั้น

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายต้นไปตรวจค้นภายในตลาดรังษิณา ซึ่งพบว่ามีการขึงผ้าใบทำเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว ภายในพบ นางอี๊ด อายุ 58 ปี ภรรยา นอนพักอยู่ จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือเก่า 3 เครื่อง เมื่อนำมาให้หลวงตาสมตรวจสอบ กลับปฏิเสธว่าไม่ใช่ของตน

นายต้นพยายามเจรจาขอให้เรื่องยุติ โดยเสนอจะยกโทรศัพท์ที่พบให้ แต่ยืนยันว่าในย่ามมีเพียงเครื่องเดียว ตนจึงหยิบไปแค่เครื่องเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายต้นไปสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ ระหว่างนั้น นางอี๊ดได้เดินเข้ามามอบเงินจำนวนหนึ่งให้สามีด้วยความเป็นห่วง

นายต้นให้การว่า ตนอาศัยอยู่กับภรรยาในตลาด มีอาชีพเก็บของเก่าขาย เช้าวันเกิดเหตุเดินไปด้านหลังร้านชำเพื่อหาเศษวัสดุ พบถุงย่ามสีเหลืองวางอยู่ใกล้กองขยะ เมื่อเปิดดูพบโทรศัพท์เก่า 1 เครื่องพร้อมสายชาร์จ จึงหยิบมาโดยไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใด และตั้งใจจะนำไปซ่อมหรือขาย

ด้านนางอี๊ด ภรรยา กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อสามีนำโทรศัพท์มาให้ดู ตนได้บอกให้รีบนำไปคืน เพราะแม้จะยากจนแต่ก็ไม่ต้องการได้ของผู้อื่น พร้อมยืนยันว่าไม่เชื่อว่าสามีจะก่อเหตุ และเกรงว่าสามีอาจถูกใส่ร้าย โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวสามีไป ตนได้มอบเงินติดตัวไว้ 60 บาท จากเงินที่มีอยู่เพียง 100 บาท เพื่อใช้จ่ายระหว่างอยู่ที่โรงพัก

ขณะที่นายสังคม ลูกจ้างร้านชำ ให้ข้อมูลว่า คืนก่อนเกิดเหตุเห็นหลวงตามาพักที่ตลาด เนื่องจากรถโดยสารหมด เช้าวันรุ่งขึ้นได้ไปส่งหลวงตาออกบิณฑบาต ก่อนกลับมาพบว่าย่ามหายไป ภายในมีโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง จึงสงสัยนายต้นที่เดินอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ และเมื่อสอบถาม นายต้นยอมรับว่าได้หยิบไป 1 เครื่อง ก่อนนำมาคืน

ด้านหลวงตาสม เล่าว่า ปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดนาคำน้อย ต.นาแก อ.นาแก จ.นครพนม เดินทางมายัง จ.อุดรธานี เพื่อไปยังวัดน้ำปู่ อ.น้ำโสม ก่อนร่วมงานบุญในพื้นที่ อ.นายูง แต่เนื่องจากมาถึงช่วงค่ำ รถโดยสารหมด จึงพักค้างคืนบริเวณตลาด และเมื่อกลับจากบิณฑบาตพบว่าย่ามสูญหาย โดยภายในย่ามมีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน 3 เครื่อง ซึ่งเป็นของมือสองที่ลูกหลานมอบให้ และโทรศัพท์แบบปุ่มกดอีก 1 เครื่อง รวมถึงพระเครื่องและของใช้ส่วนตัว

ต่อมา ที่สถานีตำรวจ นายต้นพยายามเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย โดยหลวงตาเรียกค่าเสียหายจำนวน 15,000 บาท ขณะที่นายต้นต่อรองเหลือ 3,000 บาท โดยอ้างว่าจะไปขอเบิกเงินล่วงหน้าจากนายจ้าง แต่หลวงตาไม่ยินยอม และยืนยันดำเนินคดี

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัตินายต้น พบเคยต้องโทษในคดี “รับของโจร” มาก่อน จึงแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์” และควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป