ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.)กล่าวว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายสำคัญคือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 40% ภายในปี 2573 และการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 ตลอดจนเดินหน้าสู่การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2593

ขณะเดียวกัน กยท. ได้ตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 20-25% ภายในปี 2570 พร้อมกับการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในสวนยางพาราทั้งหมดภายในปี 2573การดำเนินการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการบรรลุเป้าหมาย Net-Zero Emissions ในอนาคต

หนึ่งในกลยุทธ์หลักของ กยท. คือการพัฒนาตลาดคาร์บอนผ่านโครงการ T-VER ซึ่งช่วยส่งเสริมการปลูกสวนยางพาราที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรสามารถเข้าร่วมโครงการและรับผลประโยชน์จากการขายเครดิตคาร์บอน ทั้งนี้ ตลาดคาร์บอนไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจในชนบท โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถสร้างรายได้จากการปลูกยางและการมีส่วนร่วมในโครงการคาร์บอนได้อีกด้วย