สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 ต.ค. ว่า นางซีตี ซูมีลาห์ รีตา ซูซีลาวาติ เลขานุการสำนักอธิบดีกรมแร่และถ่านหิน กล่าวว่า ถ่านหินยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักและจะยังคงมีบทบาทในโครงสร้างพลังงานของอินโดนีเซีย จนถึงปี 2593 แต่บริษัทพีที เปรูซาฮานน์ ลิสตริก เนการา ได้รับคำสั่งให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบอัลตรา-ซูเปอร์ คริติคอล ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีนัยสำคัญ


เป้าหมายของอินโดนีเซียในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2603 ไม่สามารถทำได้เพียงแค่การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเท่านั้น โดยรัฐบาลกำลังให้ความสำคัญในการผสมผสานพลังงาน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


การลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเช่นในภาคการถลุงแร่ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี รัฐบาลได้สั่งการให้โรงถลุงแร่หันมาใช้พลังงานใหม่และพลังงานหมุนเวียนเป็นแหล่งพลังงานหลักแล้ว


ทั้งนี้ อินโดนีเซียตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 8% ในปี 2572 พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และการบรรลุเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2603.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES