สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ว่า ผู้พิพากษาเอพริล แพร์รี แห่งศาลรัฐบาลกลางสหรัฐเขตอิลลินอยส์เหนือ มีคำพิพากษาฉุกเฉิน ระงับคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่เมืองชิคาโก เนื่องจาก “จะเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองเพลิง” โดยคำสั่งของศาลมีผลจนถึงวันที่ 23 ต.ค. นี้


ทั้งนี้ เมืองชิคาโก ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของสหรัฐ และตั้งอยู่ที่รัฐอิลลินอยส์ ที่เป็นหนึ่งในฐานเสียงของพรรคเดโมแครต กำลังเป็นจุดปะทุแห่งล่าสุดในปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพผิดกฎหมาย ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ตามคำสั่งของรัฐบาลทรัมป์ซึ่งมาจากพรรครีพับลิกัน


ขณะที่นายเจ.บี. พริตซ์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอิลลินอยส์ และนายแบรนดอน จอห์นสัน นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโก กล่าวว่า การดำเนินการของทรัมป์สะท้อนว่า ผู้นำสหรัฐ “อยู่บนเส้นทางของการเป็นเผด็จการอย่างเต็มรูปแบบ” และกำลังทำให้เรื่องผู้อพยพกลายเป็นเรื่องการเมือง


ทั้งนี้ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้มีการส่งเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิมากถึง 700 นาย ลงพื้นที่เมืองชิคาโก และย้ำว่า ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐ ตนมีอำนาจใช้ “กฎหมายปราบปรามการจลาจล” หรือกฎหมายปราบปรามการก่อกบฏ ฉบับปี 2350 “หากมีความจำเป็น”


อนึ่ง กฎหมายปราบปรามการจลาจล มักก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความสมดุลของอำนาจระหว่างรัฐบาลกลางกับส่วนท้องถิ่น และระหว่างกองทัพกับการบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศ เพื่อใช้อำนาจภายใต้กฎหมายนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐต้องออก “ประกาศ” เพื่อสั่งให้ผู้ก่อการจลาจลหรือผู้ที่ขัดขวางกฎหมาย ยุติและถอยกลับไปอย่างสันติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด.

เครดิตภาพ : AFP