สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ระบุในแถลงการณ์ว่า ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประกอบการเรือขนส่งยานยนต์ที่สร้างโดยต่างชาติ จะอยู่ที่ 46 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันสุทธิ (ราว 1,504 บาท) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวต่ำกว่า 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันสุทธิ (ราว 4,905 บาท) ที่เสนอไว้ครั้งแรก เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มอุตสากรรมมองว่าสูงเกินไป แต่สูงกว่าค่าธรรมเนียมที่ปรับแล้วที่ 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันสุทธิ (ราว 457 บาท) ที่เสนอไว้เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.
The Trump administration scrapped penalties for US liquefied natural gas companies that were set to take effect next week under a sweeping policy aimed at curbing China’s maritime dominance https://t.co/Ov5iG3utIv
— Bloomberg (@business) October 10, 2025
นอกจากนั้น ยูเอสทีอาร์ยังยกเลิกข้อกำหนดที่อนุญาตให้ระงับใบอนุญาตส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว หากไม่ปฏิบัติตามข้อจำกัดบางประการเกี่ยวกับการใช้เรือที่สร้างโดยต่างชาติ โดยมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 17 เม.ย. รวมถึงยังได้เพิ่มข้อยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเรือขนส่งเอทานอล และก๊าซปิโตรเลียมเหลวบางลำ ภายใต้ข้อตกลงเช่าเหมาลำระยะยาว
ในทางกลับกัน ยูเอสทีอาร์จะจัดเก็บภาษีศุลกากร 100% สำหรับเครนขนส่งสินค้าขึ้นฝั่งจากจีนบางรุ่น และอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าบางประเภท รวมถึงรถพ่วงตู้คอนเทเนอร์แบบอินเตอร์โมดัล
อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเก็บภาษีย้อนหลังสำหรับเครนที่สั่งซื้อก่อนวันที่ 17 เม.ย. และไม่เก็บภาษีศุลกากรสำหรับตู้คอนเทเนอร์ขนส่งหลายรูปแบบ เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบต่อผู้ให้บริการขนส่งในประเทศ
ขณะเดียวกัน ยูเอสทีอาร์เสนอให้เก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมสูงสุด 150% สำหรับอุปกรณ์ขนถ่ายสินค้าบางประเภท รวมถึงเครนแบบยาง และส่วนประกอบของอุปกรณ์ดังกล่าว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



