เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภารกิจการซ่อมแซมหลุมยุบบนถนนสามเสน ขนาดใหญ่ กว้าง 30×30 เมตร ลึก 20 เมตร หน้า รพ.วชิระ ใกล้เคียงโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กทม. และรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน (หลังใหม่) ที่ได้รับความเสียหายจากดินทรุดตัว ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยพบว่า เจ้าหน้าที่ได้รื้อถอนโครงสร้างบางส่วนของอาคาร สน.สามเสน ออกไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโซนที่เกิดปัญหาเสาเข็มของอาคารทรุดตัวหรือฝั่งขวาของอาคารเมื่อมองจากฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนดาดฟ้าของอาคารโซนดังกล่าวออกหมดแล้ว รวมทั้งผนัง หน้าต่างกระจก ครุภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงคอมเพรสเซอร์แอร์ โดยจุดมุ่งหมายของการรื้อถอน เพื่อลดน้ำหนักของอาคารให้ทรุดตัวน้อยที่สุด

ส่วนภารกิจการฟื้นฟูสภาพถนนสามเสนหลังใหม่ หลังผ่านเหตุการณ์มากว่า 18 วัน ขณะนี้อยู่ระหว่างขุดเจาะสำรวจดิน เพื่อประเมินโครงสร้างใต้ดินและดำเนินการอัดปูนพิเศษ หรือ Grouting ซึ่งเป็นการอุดช่องว่างและเสริมความแข็งแรงของดินที่ถมไว้แล้ว โดยล่าสุดขุดเจาะสำรวจได้ 6 หลุม จึงทำให้ตอนนี้ ยังไม่ดำเนินการถมทรายหรือดินเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ผศ.ดร.ธเนศ วีระศิริ ที่ปรึกษาภัยพิบัติ สภาวิศวกร ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน (หลังใหม่) ฝั่งขวา เพื่อลดน้ำหนักของตัวอาคาร ไม่ให้กดทับลงบนพื้นที่ที่ทรุดตัว พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้ดินใต้ฐานอาคารเคลื่อนหรือทรุดซ้ำ ซึ่งจากการติดตามด้วยเครื่องมอนิเตอร์พบว่า การขยับตัวของอาคารเริ่มชะลอลงแล้ว

สำหรับอาคารแฟลตตำรวจและอาคารโรงพยาบาลวชิรพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณการทรุดตัวหรือการขยับของโครงสร้าง โดยมีการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง และเตรียมติดตั้งเครื่องตรวจวัดเพิ่มเติมบริเวณลานจอดรถโรงพยาบาลในวันอังคารนี้

ส่วนหลุมถนนทรุดตัว เจ้าหน้าที่ได้เร่งปรับเกลี่ยดินให้เป็นขั้นบันไดใกล้กับฝั่งอาคารพาณิชย์ เพื่อกันไม่ให้ดินไหลหรือเคลื่อนตัวซ้ำ โดยภารกิจหลักในตอนนี้ยังคงเป็นการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน (หลังใหม่) เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบและซ่อมแซมพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ อุปสรรคสำคัญคือ “ฝน” ที่ส่งผลกระทบกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพราะหากมีฝนตกลงมา เจ้าหน้าที่จำเป็นที่จะต้องหยุดทำงานเพื่อความปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยคอยช่วย หากมีน้ำขังภายในด้านล่างของหลุม

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เมื่อวานที่มีดินสไลด์ที่ผิวถนนบริเวณปากหลุมฝั่งของแยกวชิระ ทำให้เจ้าหน้าที่เตรียมปรับแผนงานด้วยการนำแผ่นเหล็กชีทไพล์มาปักนั้น จากการประเมินสถานการณ์หน้างานแล้ว เดิมกายภาพปากหลุมจะเป็นแนวดิ่ง แต่เมื่อสไลด์ลงมาแล้ว ทำให้บริเวณดังกล่าวเป็นแนวเฉียงมากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับแผนโดยการนำรถเครื่องจักรมาปรับหน้าดินให้เป็นแนวคันดิน เพื่อไม่ให้ผิวถนนทรุดซ้ำ

ส่วนการรื้อถอนอาคาร สน.สามเสน (หลังใหม่) เบื้องต้นอุปกรณ์ตรวจพบการเคลื่อนตัวของอาคาร 4-5 มิลลิเมตร เจ้าหน้าที่ต้องให้เครนหุ่นยนต์เข้ารื้อถอนอาคารบางส่วนเพื่อลดทอนน้ำหนักไป

สำหรับแผนงานในวันนี้ เจ้าหน้าที่จะพยายามเจาะสำรวจหลุมให้ครบทั้งหมด 8 หลุม ก่อนจะดำเนินการอัดปูนพิเศษ หรือ Grouting ลงไปในหลุมทั้ง 8 หลุม เพื่อเสริมความมั่นคง ซึ่งตอนนี้ทำได้แล้ว 6 หลุม ยังเหลืออีก 2 หลุมที่ต้องเร่งทำให้แล้วเสร็จ ก่อนจะเริ่มนำทรายมาถมเพิ่มให้ได้ระดับความสูง 7 เมตรตามแผนที่กำหนดเอาไว้

ด้าน นายปฏิเวช เหระยัง ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า ผู้รับจ้างได้ดำเนินการเจาะสำรวจดิน และจะดำเนินการเติมวัสดุเกร้าท์ (Grouting) เพื่อเสริมเสถียรภาพของดิน และเพิ่มความแข็งแรงของทรายที่ทำการถม โดยในปัจจุบัน สามารถดำเนินการขุดเจาะสำรวจดินแล้ว จำนวน 6 หลุมเจาะ และอัดฉีดวัสดุเพื่อเสริมเสถียรภาพของดินด้วยแรงดันต่ำ (Low Pressure Grout) ได้จำนวน 4 หลุม สำหรับอาคาร สน.สามเสน ได้ดำเนินการรื้อผนังฟาซาด (Facade) บริเวณช่วงเสาที่ 2 ของตึกสำนักงานเพิ่มเติม โดยใช้โรบอทในการรื้อถอน รวมถึงได้มีการมอนิเตอร์อาคาร สน.สามเสน ตลอดเวลาเพื่อวัดค่าการทรุดตัวของอาคารอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ได้ติดตามตรวจสอบ และประเมินสภาพอาคารแฟลตตำรวจที่อยู่ใกล้เคียงกับ สน.สามเสน และอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยทางโครงการฯ ยังคงเร่งดำเนินการและคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นผิวการจราจรต่อไป

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่บริเวณจุดเกิดเหตุหน้า รพ.วชิระ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดปฏิบัติงานชั่วคราว เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย นอกจากนี้ยังพบว่า ส่งผลให้เกิดน้ำขังอยู่ภายในหลุม และมีก้อนดินใต้อาคาร สน.สามเสนไหลกลิ้งออกมาจากใต้อาคารด้วย