เมื่อวันที่ 12 ต.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 21.05 น. วันที่ 11 ต.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย เข้ามาก่อเหตุขโมยพระเครื่องเก่าแก่ มูลค่านับล้านบาท ภายในสำนักงานกลองยาวชุมชนบ้านสัตหีบ เลขที่ 33/55 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพรูปพรรณ และพฤติกรรมคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน

จ่าเอก ประชุม บุญอินทร์ อายุ 95 ปี อดีตทหารเรือ หัวหน้าคณะกองยาวชุมชนสัตหีบ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายเป็นชาย ผมรองทรง สวมเสื้อสีขาว นุ่งกางเกงยีนขายาว ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว อายุราว 30–40 ปี รูปร่างท้วม ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีชมพูขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้ามาจอดที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนเดินเข้ามาพูดคุยในบ้าน ทําทีเป็นเซียนพระ จะมาขอเช่าพระเครื่องที่เก็บรักษาไว้ สาเหตุที่ไม่ได้ฉงนใจ เพราะก่อนหน้านี้ จำได้ว่า คนร้ายเคยเข้ามาขอดูเช่าพระ แต่ครั้งนั้นไม่ได้มีการซื้อขายกัน ซึ่งเชื่อว่า คนร้ายรู้ว่าตนเองมีพระเครื่องเก่าแก่ล้ำค่า จึงได้หวนกลับเข้ามาก่อเหตุอีกครั้ง

โดยระหว่างการเจรจาซื้อขาย ได้ถอดสร้อยสเตนเลสออกจากคอ ในสร้อยมีพระเลี่ยมทอง 8 องค์ และเลี่ยมพลาสติก 1 องค์ รวมเป็น 9 องค์ ประกอบด้วย พระของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ พิมพ์ 1 รุ่น 1 ราคา 500,000 บาท เหรียญหลวงพ่ออี๋ ปี 2483 รุ่น 2 ราคา 500,000 บาท พรหมสามหน้า หลวงพ่ออี๋ ปี 2473 ราคา 10,000 บาท รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม ราคา 500,000 บาท เหรียญหลวงเดิม วัดหนองโพธิ์ ปี 2482 ราคา 300,000 บาท พระหลวงพ่อทองอยู่บางเสร่ รุ่นกระเบนธง ราคา 2-3 หมื่น พระสมเด็จหลวงปู่ลำภู วัดใหม่อมตรส บางขุนพรหม ราคา 5,000 บาท พระพิจิตรเม็ดข้าวเม่า อายุเก่าแก่หลายร้อยปี จํานวน 2 องค์ เลี่ยมทอง 1 องค์ เลี่ยมพลาสติก 1 องค์ ราคาราว 200,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท

พฤติการณ์คนร้ายทําทีขอส่องดูพระเครื่อง ที่แขวนอยู่ในพวงสร้อยของผู้เสียหาย ก่อนจะอ้างเหตุผลว่า ด้านในบ้านแสงมืด จึงขอออกไปส่องด้านนอก เพื่อจะได้เห็นองค์พระชัดเจน ก่อนจะอาศัยช่วงเวลาดังกล่าว วิ่งหลบหนีขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ ขี่หลบหนีหายลอยนวล มุ่งหน้าไปทางถนนสุขุมวิท

หลังเกิดเหตุ ได้นําหลักฐานกล้องวงจรปิด เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ฐานิต ที่ภักดี รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ เพื่อดำเนินการติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นห่วงพระเครื่อง จะถูกขายเข้าตลาดมืด ทำให้ยากต่อการติดตามกลับคืนมา ซึ่งยอมรับว่า ครั้งนี้ต้องถึงกับบนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ได้พระเครื่องล้ำค่ากลับคืนมา

จากการสอบถาม จ่าเอก ปรีชา บุญอินทร์ อายุ 67 ปี บุตรชาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองอาศัยอยู่ภายในบ้าน มีเพียงพ่อนั่งอยู่หน้าบ้านเพียงลำพัง รู้เพียงแค่ว่า มีคนมาขอดูพระพ่อ จึงไม่ได้เข้ามารบกวน เพราะที่ผ่านมา ก็มีคนแวะเวียนมาขอเช่าพระ และดูพระเครื่องของพ่อเป็นประจํา จนกระทั่งได้ยินเสียงโวยวาย มารู้ตัวก็ตอนพ่อถูกคนร้ายขโมยพระเครื่องไป ก็ไม่สามารถออกมาช่วยได้ทันแล้ว ซึ่งรู้สึกเสียดายพระเครื่องที่คุณพ่อเก็บรักษาเอาไว้มานานหลายสิบปี จึงขอให้ตํารวจติดตามจับกุมคนร้าย และนําของกลับมาคืนให้ได้ เพราะนั่นถือเป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูล

ล่าสุด พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว จนทราบเบาะแสของคนร้ายรายนี้แล้ว เบื้องต้น เป็นชายไทย (ขอสงวนชื่อสกุล) อายุ 31 ปี เป็นชาวจังหวัดสมุทรปราการ หลังก่อเหตุพยายามจะก่อเหตุอีกครั้งที่ร้านโทรศัพท์มือถือ มีพฤติกรรมตระเวนลักทรัพย์ไปทั่ว เบื้องต้นได้ให้ผู้เสียหายมาทําการชี้ตัว เพื่อเตรียมขออนุมัติหมายจับ ศาลจังหวัดพัทยา ซึ่งหากผู้ใดพบบุคคลตามภาพ หรือทราบเบาะแสคนร้ายรายนี้ สามารถแจ้งมาได้ที่ สภ.สัตหีบ 038-438183