สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงต่อที่ประชุมวาระพิเศษของรัฐสภาอิสราเอล หรือ คเนสเซ็ต มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 ถือว่า เลวร้ายที่สุด ในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล และย้ำว่า ตอนนี้สงครามสิ้นสุดแล้ว


ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากสหรัฐไม่ได้โจมตีโรงงานนิวเคลียร์สามแห่งของอิหร่าน เมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า “เป็นการกำจัดเมฆหมอกก้อนใหญ่ที่ปกคลุมตะวันออกกลางและอิสราเอล”


ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวว่า “อิสราเอลได้รับชัยชนะตามที่ต้องการ ด้วยความสนับสนุนจากสหรัฐ” และตอนนี้ถือเป็นเวลาของ “สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองสำหรับภูมิภาคตะวันออกกลาง”


นอกจากนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า “กลุ่มฮามาสจะปลดอาวุธ” อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขดังกล่าวซึ่งรวมอยู่ในแผนสันติภาพ 20 ข้อของผู้นำสหรัฐ ยังไม่ได้มีการเจรจากันในระยะที่หนึ่ง และจนถึงตอนนี้ กลุ่มฮามาสยังคงปฏิเสธเงื่อนไขนี้


ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐอยู่เคียงข้างอิสราเอลมาตลอด นับตั้งแต่อีกฝ่ายสถาปนาประเทศ ทั้งสองฝ่ายผ่านเรื่องราวทั้งดีและร้ายมากมาย และจะอยู่เคียงข้างกันตลอดไป.

เครดิตภาพ : AFP