เมื่อวันที่ 14 ต.ค.68 ที่ จ.อุทัยธานี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังตลาดสดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ริมแม่น้ำสะแกกรัง อำเภอเมือง หลังพบว่าช่วงนี้ราคาต้นหอมและผักชีราคาแพงกว่าเนื้อหมู จากการสอบถาม นางสายชล สุกพงษ์ อายุ 55 ปี เจ้าของแผงผักสดในตลาดสด เล่าว่า ต้นหอมนั้นเดิมทีราคากิโลกรัมละ 140 บาท ตอนนี้ราคาพุ่งพรวด กิโลกรัมละ 250 บาท ส่วนผักชีนั้นจากเดิมกิโลกรัมละ 150 บาท ตอนนี้ราคากิโลกรัมละ 300 บาท โดยผักส่วนใหญ่นั้นส่งมาจากตลาดไท ก่อนส่งมาให้บรรดาแม่ค้ามาขายอีกต่อหนึ่ง โดยรถขนส่งให้เหตุผลว่าสวนผักส่วนใหญ่มาจากภาคเหนือซึ่งตอนนี้ในหลายพื้นที่มีน้ำท่วมโดนผลกระทบกันเยอะมาก สวนผักที่ปลูกไว้ส่งขายก็เช่นกัน จึงเป็นปัจจัยที่ต้องขึ้นราคาต้นหอมและผักชี ประกอบกับรถที่ขนส่งผักมาขายนั้นมีต้นทุนเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงราคาสูงนั่นเอง

ขณะเดียวกัน แผงผักของ นายจักรกฤษณ์ สุราฤทธิ์ อายุ 28 ปี เล่าว่า ต้นหอมและผักชีนั้นทยอยขึ้นราคามา 1 อาทิตย์กว่าแล้ว ซึ่งขึ้นเป็นรายวันเลยก็ว่าได้ จนมาถึงวันนี้ราคาก็แพงจนเริ่มมีคนมาซื้อบ่นว่าแพงกว่าหมู 1 กิโลกรัมอีก ซึ่งคนที่มาซื้อนำไปทำอาหารจะซื้อแบ่งเป็นขีดแทนที่จะซื้อเป็นกิโลกรัมหรือซื้อไปทำอาหารเป็นมื้อๆ ไปเท่านั้น เพราะต้องการประหยัดนั่นเอง ส่วนต้นหอมและผักชีที่มาขายในตลาดนั้นบางพื้นที่ก็น้ำไม่ท่วมอย่างเช่นภาคกลางก็ยังคงปลูกกันได้ตามปกติแล้วนำมาส่งขาย แต่ก็งงเพราะราคาส่งก็ราคาเดียวกันอีกไม่ได้ลดลงเลย และเริ่มมีเสียงบ่นกันแล้วว่าถึงแม้ว่าในตอนนี้จะเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้วแต่ดูเหมือนราคาข้าวของก็ยังคงแพงเช่นเดิมอาจจะเป็นเพราะในเรื่องการเมืองนั้นยังไม่นิ่ง แต่อย่างไรก็แล้วแต่อยากให้ทางรัฐบาลหันมาดูในเรื่องของที่แพงเพื่อปากท้องของประชาชนบ้าง ส่วนผักอย่างอื่นนั้นราคายังคงไม่ขึ้นแต่ต้องดูในช่วงเทศกาลกินเจ ซึ่งสำหรับ จ.อุทัยธานี จะเริ่มในวันที่ 19 ต.ค.68 ที่จะถึงนี้ คาดว่าราคาผักที่ใช้ในการปรุงอาหารเจขึ้นอย่างแน่นอนเหมือนกันทุกปี.