สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศจีน เรียกร้องให้รัฐบาลมะนิลา ไม่ท้าทายความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดน รวมถึงสิทธิและผลประโยชน์ทางทะเล หลังจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา บริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งฝ่ายฟิลิปปินส์ระบุว่า จีนฉีดน้ำแรงดันสูง และพุ่งชนเรือของฟิลิปปินส์
Tremendous valor and skill by Filipino personnel in the face of China's dangerous ramming and use of water cannons near Thitu/Pag-asa Island. The ???????? condemns China's aggressive actions in defiance of international law and supports the ???????? in pursuit of a #FreeAndOpenIndoPacific. pic.twitter.com/ffm9LKrGxH
— Ambassador MaryKay L. Carlson (@USAmbPH) October 12, 2025
ด้านนายทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประณามจีนจากการพุ่งชนและฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เรือของฟิลิปปินส์ และกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตร ในขณะที่พวกเขาเผชิญหน้ากับการกระทำที่เป็นอันตรายของจีน ซึ่งบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค
Read: https://t.co/VyBwQdwVoo pic.twitter.com/mitDw7FLX1
— U.S. Embassy in the Philippines (@USEmbassyPH) October 14, 2025
นอกจากนี้ พิกอตต์ยังกล่าวในแถลงการณ์เพื่อยืนยันอีกครั้งว่า มาตรา 4 ของสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน ฉบับปี 2494 ระหว่างสหรัฐกับฟิลิปปินส์ ครอบคลุมถึงการโจมตีด้วยอาวุธต่อกองกำลัง เรือสาธารณะ หรืออากาศยานของฟิลิปปินส์ รวมถึงหน่วยยามชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ณ ที่ใดก็ตามในทะเลจีนใต้
อนึ่ง จีนและฟิลิปปินส์ เผชิญหน้ากันหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในทะเลจีนใต้ ซึ่งความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และนายหลิน เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวว่า ฟิลิปปินส์ควรยุติ “การละเมิดและการยั่วยุ” โดยทันที.
เครดิตภาพ : AFP



