นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการเจ็ตสกีโลก WGP#1 เปิดเผยว่า เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางดูพื้นที่ทะเลสาบบิวะ ที่ขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดศึกเจ็ตสกีเก็บคะแนนชิงแชมป์โลก 2569 ในปีหน้า ซึ่งค่อนข้างลงตัวว่า WGP#1 จะให้สิทธิการเป็นเมืองเจ้าภาพ เพื่อจัดการแข่งขันเวิลด์ซีรีส์ 2026 สนามที่ 1 ในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 23-26 เม.ย.2569 ซึ่งจัดว่าเป็นสนามที่ท้าทายมาก เพราะเป็นทะเลสาบใหญ่ คลื่นน้ำเปลี่ยนแปลงตลอด บางทีก็เรียบเป็นกระจกบางทีก็มีคลื่น นับว่าเป็นความท้าทายสำหรับการเป็นสนามเก็บคะแนนชิงแชมป์โลกอย่างยิ่ง

สำหรับทะเลสาบบิวะนั้น ตั้งอยู่ในเมืองชิงะ ติดกับเมืองเกียวโต และเมืองโอซาก้า ที่เป็นเจ้าภาพเวิลด์ซีรีส์ ปีนี้ โดยทางเมืองเจ้าภาพใหม่ อยากให้จัดการแข่งขันระยะยาวต่อเนื่องทุกปี แต่ WGP#1 ต้องขอพิจารณาเพิ่มเติม เพราะขณะนี้มีสนามที่รัสเซีย, ยูเออี, อินโดนีเซีย, บัลแกเรีย, อังกฤษ และออสเตรีย ยื่นข้อเสนอขอเป็นเจ้าภาพในปี 2027 เข้ามาด้วย ที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งคือทุกคนเห็นคุณค่าของทัวร์นาเมนต์กีฬาไทย เป็นผู้นำโลก ซึ่งมูลค่าตลาดของเจ็ตสกีสูงกว่า 9.5 หมื่นล้านบาทต่อปี จะเอื้อประโยชน์มหาศาลในหลาย ๆ ด้าน ต่อประเทศไทย ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ส่วนสนามที่ 2 แข่งขันวันที่ 16-19 ก.ค.2569 ที่เบลเยียม มีเรื่องสำคัญที่สุดที่ทาง WGP#1 เน้นก็คือระยะเวลาขนส่งเรือแข่งต่อเนื่องไปยังสนามต่าง ๆ แล้วต้องกลับมาจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองไทย เป็นสนามชิงชนะเลิศของการเก็บคะแนนชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค.2569 โดยหากการแข่งขันได้รับความสำเร็จเพิ่มขึ้นอีก ก็จะยิ่งเพิ่มการนำเข้า สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจท่องเที่ยวแก่ชาติไทยอย่างมาก

ในปี 2569 WGP#1 จะดำเนินงานภายใต้แนวคิด “สร้างคุณค่ากีฬาไทย ขึ้นบริหารกีฬาโลก” ตอกย้ำว่าในยุคสมัยนี้ ประเทศไทยต้องมีตัวตนบนเวทีนานาชาติ และการที่ WGP#1 ได้พัฒนากีฬาเจ็ตสกีของไทย ขึ้นสู่จุดสูงสุดของระบบนิเวศกีฬาโลก เป็นเบอร์ 1 กีฬาความเร็วบนพื้นน้ำของโลก นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง โดยเมืองเลคฮาวาซู สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานตำนานโลกที่ 1 ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้ WGP#1 เพิ่มเป็นสนามเก็บคะแนนชิงแชมป์โลกด้วย นับเป็นตัวชี้วัดคุณภาพกีฬา ที่ยืนยันความสำเร็จของไทยได้เป็นอย่างดี