กรณี เกิดกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอิสราเอลในประเทศไทยในพื้นที่ท่องเที่ยว อ.เกาะพะงัน เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เกี่ยวกับพฤติกรรมเชิงลบทั้งในส่วนที่เข้ามาประกอบธุรกิจ และนักท่องเที่ยว โดยมีการระบุว่า มีชาวอิสราเอล เข้ามาถือครองที่ดินและทำธุรกิจโดยใช้นอมินีชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่น และผู้ประกอบการชาวไทย โดยกระแสต่อต้านดังกล่าว ได้กระจายเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว จน นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือหาแนวทางแก้ปัญหา ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

‘ภาค 8’ รับสอบปม ‘อิสราเอล’ ป่วนเกาะพะงัน พบนอมินีไทยเป็นหุ้นส่วน สร้างศูนย์ท่องเที่ยว 618 ล้าน

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 ต.ค. นางนฤมล ใหมโสภา นายกสมาคมโรงแรมและการท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดความขัดแย้งจากกระแสต่อต้านนักท่องเที่ยวชาวอิราเอล บนเกาะพะงัน จึงพร้อมด้วยกรรมการสมาคม เข้ามาและพูดคุยกับนายโดฟเบอร์ เดอยท์ช หัวหน้าศูนย์ศาสนา ชาบัด บ้านศรีธนู เพื่อหารือประเด็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ให้ปฏิบัติตัวไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับนักท่องเที่ยวชาติอื่น รวมถึงให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย ในทุกๆ ด้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี โดยนายโดฟเบอร์ จะร่วมกับสมาคมในการออกประกาศเป็นภาษาฮีบรู และภาษาอังกฤษ นำไปติดตั้งตามสถานบริการต่างๆ เช่นโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ซึ่งนายโดฟเบอร์ พร้อมให้ความร่วมมือและจะขอความร่วมมือกับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมปฏิบัติศาสนกิจที่ชาบัด เชื่อว่าจะสามารถลดปัญหาความขัดแย้งลงได้ในระดับหนึ่ง

นางนฤมล กล่าวด้วยว่า ส่วนการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการถือครองที่ดิน และการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติบนเกาะพะงัน ในนามสมาคม พร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการ เพื่อจัดระเบียบอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เรามีเงินรายได้จากภาษีเพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น และเป็นรายได้ของประเทศ รวมถึงให้ทุนท้องถิ่นสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม เพราะขณะนี้การท่องเที่ยวของเกาะพะงันเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้การพัฒนาด้านสาธารณูปโภคตามไม่ทัน ตลอดจนมีการแย่งกันใช้ทรัพยากร

“ปัจจุบันสมาคมฯ มีสมาชิกราว 100 ราย มีห้องพักรวมกันประมาณ 500 ห้อง ทั้งหมดเป็นนักลงทุนท้องถิ่น และนักลงทุนชาวไทย แต่จากข้อมูลที่ยังไม่เป็นทางการ พบว่าปัจจุบันเกาะพะงันมีที่พัก ทั้งในรูปแบบวิลล่า โรงแรม และบ้านเช่า กว่า 500 แห่ง และเชื่อว่าห้องพักรวมกันไม่น้อยกว่า 8 พันห้อง” นางนฤมล กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงสถิติข้อมูลคนต่างด้าวในพื้นที่ ตม.จว.สุราษฎร์ธานี ห้วงตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68-30 ก.ย. 68 ว่ามีคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่าน ทอ.สมุย มากที่สุด 3 สัญชาติแรก ได้แก่ ออสเตรเลีย 26,268 คน, บริติช 19,120 คน, เยอรมัน 14,048 คน ขณะที่ อิสราเอล อยู่ในลำดับ 12 จำนวน 2,711 คน โดยมี คนต่างด้าวที่ขออยู่ต่อระยะยาว จำนวน 10,384 คน 5 สัญชาติ แรก ได้แก่ คือ ฝรั่งเศส, รัสเซีย, บริติช, อิสราเอล และเยอรมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในเหตุผลที่ขออยู่ต่อระยะยาว

พ.ต.อ.นฤวัต กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีปัญหาการต่อต้านชาวอิสราเอลในพื้นที่ท่องเที่ยว อ.เกาะพะงัน และเกาะสมุย ในช่วงที่ผ่านมา ตรวจคนเข้าเมืองได้มีการกวดขัน ตรวจสอบและจับกุมชาวอิสราเอลที่กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง เป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้ธนบัตรปลอม 4 คน, ประกอบธุกิจ (รถเช่า,นำเที่ยว) 2 คน, ไม่มีใบอนุญาตทำงาน 2 คน, ทำงานนอกเหนือสิทธิฯ 1 คน, ไม่แจ้งเข้าการทำงานฯ 2 คน, เป็นนายจ้างไม่แจ้งคนต่างด้าวเข้าทำงานฯ 1 คน, จับปรับอยู่เกินกำหนด 12 คน และไม่รายงานตัว 90 วัน 1 คน นอกจากนั้นตม.จว.สุราษฎร์ธานี ยังได้ร่วมกับ กอ.รมน.ภาค 4 และตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ดำเนินการสืบสวนจับกุมชาวต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์ในแหล่งท่องเที่ยว เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวใน จ.สุราษฎร์ธานี ตามนโยบายของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง