นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้เดินทางร่วมในคณะผู้แทนไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มาเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และขยายความร่วมมือรอบด้านระหว่างสองประเทศ โดยการเชื่อมโยงคมนาคมไทย-ลาว คือหัวใจของการพัฒนาเศรษฐกิจภูมิภาคโครงการต่างๆ ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นเส้นทางแห่งมิตรภาพ โอกาสทางอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนสองฝั่งโขง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการสำคัญที่ประชาชนจะเห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ก่อสร้างแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้เดือน ธ.ค. 2568 ช่วยย่นระยะเวลา-ต้นทุนขนส่ง เชื่อมไทย-ลาว-เวียดนาม หนุนท่องเที่ยวและการค้าชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, ปรับปรุงสะพานมิตรภาพฯ แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) เพื่อรองรับการบรรทุกน้ำหนักลงเพลา U20 แทน U15 เพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัยการขนส่งสินค้า

สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ (ใกล้สะพานแห่งที่ 1) อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาออกแบบรายละเอียด และ EIA ตั้งเป้าเริ่มก่อสร้างปี 2570 แล้วเสร็จปี 2573 เพื่อรองรับรถไฟความลาว-จีน และทางรถไฟ เวียงจันทน์-นครหลวงเวียงจันทน์ ระยะทาง 10 กิโลเมตร (กม.) ปิด “missing link” ของระบบราง โดย สปป.ลาว อยู่ระหว่างพิจารณาว่ามีความสนใจที่จะดำเนินโครงการดังกล่าวหรือไม่

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า โครงการเหล่านี้มีเป้าหมายทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศ เดินทางสะดวกขึ้น ธุรกิจส่งของได้เร็วขึ้น ต้นทุนลดลง เมืองชายแดนคึกคักขึ้น และเยาวชนมีโอกาสงานมากขึ้น เราจะทำให้ไทย-สปป.ลาว เป็นแกนกลางโลจิสติกส์ของลุ่มน้ำโขง (GMS) อย่างแท้จริง โดยกระทรวงคมนาคมพร้อมเร่งรัดการดำเนินงานความร่วมมือกับ สปป.ลาว ในทุกมิติ ทั้งถนน รถไฟ และระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง.