
ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ พันธวณิช และ ทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เดินหน้าขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เปิดตัว ‘Green Financing Program’ ซึ่งเป็นโครงการสินเชื่อสีเขียวครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย เพื่อสนับสนุนให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งสนับสนุนภาคธุรกิจให้ปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินงานเพื่อลดคาร์บอน และร่วมกันก้าวสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ภายในปี 2050 ภายใต้แนวคิด ‘Together for Net Zero’
‘ซิกเว่ เบรกเก้’ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติของ ESG ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยย้ำว่าความยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทาน โครงการ Green Financing Program จึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้คู่ค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับสู่การดำเนินธุรกิจสีเขียว ขณะเดียวกัน หัวใจของความยั่งยืนคือ‘คน’ ทรูจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ภายใต้เป้าหมาย ‘Zero Fatalities’ เพื่อให้ทุกการเติบโตเป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ

Green Financing Program ถูกออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในกระบวนการดำเนินงานของคู่ค้าทั้งระบบอย่างครอบคลุม โดยนำเสนอสินเชื่อหลากหลายรูปแบบ อาทิ สินเชื่อระยะยาวสำหรับโครงการพลังงานทดแทนและอาคารรักษ์โลก (Green Loan & Blue Loan), สินเชื่อระยะสั้นที่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Linked Loan), สินเชื่อสำหรับพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร (Solar E-P-C) และสินเชื่อเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าทางการเงินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (Hire Purchase/Financial Lease for EV)

ด้าน ‘ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน’ หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า คู่ค้าคือแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในหมวด Scope 3 ตามแนวทาง Science Based Targets initiative (SBTi) ทรูจึงมุ่งสร้างระบบนิเวศความยั่งยืนที่ทุกฝ่ายเติบโตไปพร้อมกัน โดยปัจจุบันมีคู่ค้ากว่า 100 ราย ผ่านการประเมินด้าน ESG ครบ 100% และกว่าครึ่งแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการสินเชื่อสีเขียว นอกจากนี้ ทรูยังได้พัฒนา ‘GHG Emissions Data Platform and Consulting Service’ เพื่อสนับสนุนคู่ค้าในการติดตามและบริหารจัดการข้อมูลการปล่อยคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ตั้งเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการรับรองจาก Science Based Targets initiative (SBTi) โดยเป็นหนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมไทยรายแรกที่มีเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ ด้วยการตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 1 และ 2 ลง 42% และ Scope 3 ลง 25% ภายในปี 2030 เมื่อเทียบกับปีฐาน 2020 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050
สำหรับการสร้างมาตรฐานด้านสุขภาพและความปลอดภัย ทรูได้ดำเนินมาตรการร่วมกับซัพพลายเออร์อย่างเข้มข้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การเพิ่มข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงสูง การอบรมตามมาตรฐาน SOP การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) ไปจนถึงการติดตามผลผ่านระบบดิจิทัล เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนมีความพร้อมและทำงานได้อย่างปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าสร้างมาตรฐานองค์กรยั่งยืนในระดับสากล ล่าสุดได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม Top 1% ของบริษัทโทรคมนาคมทั่วโลกด้านความยั่งยืน จากรายงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2025 ซึ่งเป็นการติดอันดับผู้นำในอุตสาหกรรมเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน

โครงการ Green Financing Program จึงไม่เป็นเพียงการสนับสนุนทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมและนโยบายระดับโลก โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลไทยเร่งเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 และผลักดันร่างพระราชบัญญัติ Climate Change ซึ่งจะทำให้การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นข้อบังคับในอนาคต
แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวจากสถาบันการเงินและนักลงทุนที่ให้สิทธิประโยชน์กับธุรกิจที่มีเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจน ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนพลังงานในระยะยาว และเสริมความน่าเชื่อถือขององค์กรในฐานะธุรกิจคาร์บอนต่ำที่พร้อมแข่งขันในตลาดโลกยุคใหม่



