นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็น “สแกมเมอร์” อย่างหนักหน่วง เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายขององค์กรและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่วันนี้นานาชาติพุ่งเป้าไปที่ “กัมพูชา” ซึ่งถูกมองว่าคืออาณาจักรสแกมเมอร์ใหญ่ที่สุดในโลก เต็มไปด้วยเครือข่ายและเม็ดเงินจำนวนมหาศาลของ “ทุนสีเทา” ที่โยงใยอยู่ในแวดวงธุรกิจ และแวดวงการเมืองที่เชื่อมโยงไปถึงผู้นำกัมพูชา รวมถึงเครือญาติ

พร้อมกันนี้ ยังกระตุกเตือนไปถึงรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เหมือนจะยังอืดอาดต่อเรื่องนี้ ว่าต้องจริงจังกับการปราบปรามและกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ที่ถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับธุรกิจและนักการเมืองไทย ในขณะที่นานาชาติกำลังเร่งเครื่องจัดการปัญหานี้อย่างเร่งด่วน อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐ พร้อมฉายหนังตัวอย่างไปที่รัฐบาลสหรัฐ ซึ่งวันนี้เอาจริงเอาจังกับการล้างบางองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้แบบเข้มข้น ทั้งการยึดทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 5 แสนบาทไทย ซึ่งถือเป็นการยึดทรัพย์ครั้งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน กับร่างกฎหมาย H.R. 5490

ที่สำคัญเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สหรัฐยังมีความพยายามผลักดันร่างกฎหมายผ่านสภาคองเกรส เพื่อออกมาล้างบางอาชญากรรมข้ามชาติและตอบโต้ประเทศผู้ให้การสนับสนุนองค์กรเหล่านี้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว  H.R. 5490 ของสหรัฐ กัน

1. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของกฎหมาย
ร่างกฎหมายฉบับนี้มีชื่อว่า H.R. 5490 หรือ “Dismantle Foreign Scam Syndicates Act” (กฎหมายยุบองค์กรสแกมเมอร์ต่างชาติ) มีวัตถุประสงค์หลักคือการ “ปิดฉาก” กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ก่อเหตุหลอกลวงออนไลน์ต่อชาวอเมริกันครั้งใหญ่ โดยเน้นไปที่กลุ่มที่ดำเนินการผ่าน “ศูนย์หลอกลวง” (Scam Centers) ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในพม่า, ลาว, และกัมพูชา ซึ่งมีการใช้แรงงานบังคับจากเหยื่อการค้ามนุษย์

2. ข้อมูลความเสียหายและภัยคุกคาม
สหรัฐฯ มีข้อมูลชัดเจนว่า องค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปลี่ยนมาใช้การหลอกลวงทางการเงินรูปแบบใหม่ในช่วงโควิด-19 โดยเฉพาะการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลออนไลน์ที่ฉ้อโกงอย่างซับซ้อน การหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุดคือ “การเชือดหมู” (Pig Butchering) ซึ่งเป็นศัพท์สแลงของอาชญากรจีนที่ใช้หลอกล่อเหยื่อทางออนไลน์ให้ลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สหรัฐเปิดวอร์สแกมเมอร์ ทำคลอด H.R.5490 กฎหมายล้างบางอาณาจักรอาชญากรรมข้ามชาติ

อาชญากรรมนี้พุ่งเป้าไปที่ชาวอเมริกันมากขึ้นตั้งแต่ปี 2021 ทำให้เกิดการสูญเสียเงินเก็บจำนวนมหาศาล และทำให้กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติกับผู้นำและเครือข่ายทุจริตในประเทศนั้นๆ ร่ำรวยขึ้น ความสูญเสียของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น 33% ในปี 2024 และสูญเสียอย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024 เพียงปีเดียว

3. การจัดตั้งกลไกพิเศษเพื่อตอบโต้
กฎหมายกำหนดให้ ประธานาธิบดีสหรัฐ ต้องจัดตั้ง คณะทำงานระหว่างหน่วยงาน(Task Force) หรือ “คณะทำงานชุดพิเศษ” ภายใน 30 วันหลังจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน และประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงและการเงินของสหรัฐฯ เช่น FBI, กระทรวงการคลัง และกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ

คณะทำงานมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาและส่งมอบ ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐ เพื่อปิดศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ป้องกันการแพร่กระจาย ขัดขวางและยุบองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและผู้ค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้อง ภายใน 180 วัน

เกาหลีใต้เล็งคว่ำบาตร “ปรินซ์ โฮลดิ้ง-ฮุยวัน” โยงขบวนการสแกมเมอร์กัมพูชา (เครดิตภาพ : AFP)

4. มาตรการเชิงรุกและการคว่ำบาตร
ตามมาตรการในยุทธศาสตร์ จะมีการดำเนินการที่เด็ดขาด เช่น การ กำหนดมาตรการคว่ำบาตร ต่อบุคคลหรือองค์กรต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง รวมถึงผู้มีอิทธิพลในกัมพูชา การกดดันรัฐบาลต่างประเทศที่สมรู้ร่วมคิดหรือเพิกเฉยต่อศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ การกู้คืนทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปกลับคืนมาโดยใช้เครื่องมือและศักยภาพทางไซเบอร์ ตลอดจนการสอบสวนความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงของประเทศหรือรัฐบาลนั้น ๆ

มาตรการคว่ำบาตรนี้จะต้องเกิดขึ้นภายใน 180 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งรวมถึงการพิจารณากำหนดมาตรการต่อบุคคล/องค์กรที่มีรายชื่อในบัญชี อาทิ นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Prince Group Holding Company  (Prince Group) กลุ่มธุรกิจข้ามชาติที่มีฐานอยู่ในกัมพูชา และมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับตระกูลผู้นำกัมพูชาในปัจจุบัน , Huione Group กลุ่มธุรกิจการเงินขนาดใหญ่ของกัมพูชา และ “ฮุน โต” (Hun To) หลานชาย “สมเด็จฮุน เซน” ที่มีความเชื่อมโยงกัน

ตำรวจญี่ปุ่นทลายเครือข่าย “สแกมเมอร์กัมพูชา” รวบหัวโจกชาวจีน (เครดิตภาพ : GETTY IMAGES)

5. การรายงานผลและการสนับสนุนเหยื่อ
คณะทำงานมีหน้าที่ต้องยื่น รายงานประจำปีต่อรัฐสภา ภายใน 360 วันหลังจากการยื่นยุทธศาสตร์ และต้องรายงานทุกปีเป็นเวลา 5 ปี โดยรายงานจะรวมถึงรายการบุคคลต่างชาติที่ถูกคว่ำบาตร การประเมินจำนวนเงินที่ถูกขโมยจากชาวอเมริกัน และจำนวนเหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกใช้เป็นแรงงานในศูนย์หลอกลวง

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้รับอนุญาตให้ดำเนิน โครงการสนับสนุนเหยื่อ เพื่อให้การดูแลด้านบาดแผล, ที่พัก, การกลับคืนสู่สังคม และบริการสนับสนุนสำหรับเหยื่อการค้ามนุษย์ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์อีกด้วย โดยมีการอนุมัติงบประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อพัฒนากำหนดและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ในปีงบประมาณ 2026 และ 2027