สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ว่า ผลการนับคะแนนเบื้องต้นจากการลงประชามติทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงชาวสวิสเกือบ 55% คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว และสัดส่วน 45% เห็นชอบ

การลงประชามติครั้งนี้ ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับการลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูของสหราชอาณาจักร หรือ “เบร็กซิต” ในปี 2559 ทำให้ภาคธุรกิจเกิดความวิตกกังวล เนื่องจากมันอาจยุติการเคลื่อนย้านแรงงานอย่างเสรี ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับอียู ซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของประเทศ

อนึ่ง ข้อเสนอที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชนสวิส (เอสวีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ระบุว่า จำนวนประชากรต้องไม่เกิน 10 ล้านคนก่อนปี 2593 และหากเกิน 10 ล้านคนเป็นเวลา 2 ปี สวิตเซอร์แลนด์ควรยุติการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีกับอียู

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสวิสเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิออกเสียงปฏิเสธข้อจำกัดข้างต้น และนายเบแอต ยานส์ รมว.ยุติธรรมสวิตเซอร์แลนด์ แสดงความยินดีกับผลการลงประชามติ และเขาให้คำมั่นว่าจะวิเคราะห์ขั้นตอนเพิ่มเติมที่จะดำเนินการ เพื่อตอบสนองความกังวลของผู้มีสิทธิออกเสียง เกี่ยวกับที่อยู่อาศัยและการย้ายถิ่นฐาน

ด้านนายอูร์ส เบียรี จากสถาบันสำรวจความคิดเห็น “จีเอฟเอส เบิร์น” กล่าวว่า ข้อเสนอจำกัดจำนวนประชากรไม่ผ่าน เนื่องจากผู้คนกังวลว่า มันอาจสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างสวิตเซอร์แลนด์กับอียู ตลอดจนทำให้การสรรหาบุคลากรและแรงงาน เป็นเรื่องยากขึ้น

ขณะที่กลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ก็แสดงความยินดีกับผลการลงประชามติเช่นกัน หลังเตือนว่าการจำกัดจำนวนประชากร จะจำกัดการเข้าถึงแรงงานต่างชาติ สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ และทำให้ความสัมพันธ์กับฝ่ายบริหารอียูในกรุงบรัสเซลส์แย่ลง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS