เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก (โฆษก ทบ.) กล่าวชี้แจงกรณีที่ พล.อ.พร นรา เลขาธิการหน่วยงานแห่งชาติเพื่อการห้ามอาวุธเคมี นิวเคลียร์ ชีวภาพ และรังสี (เอ็นเอซีดับบลิว) ของกัมพูชา ออกมาประกาศ ขอสนับสนุนงบประมาณและความช่วยเหลือจากนานาชาติ เพื่อนำไปใช้สำหรับภารกิจทำลายและกำจัดสารเคมีอันตรายมากกว่า 70 ชนิด ปนเปื้อนในพื้นที่ชายแดน และอ้างว่าเป็นผลตกค้างจากการสู้รบทางทหารกับไทยที่ใช้อาวุธเคมี รวมถึงกระสุนฟอสฟอรัสขาวระหว่างการต่อสู้เมื่อหลายเดือนก่อน

โดย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษก ทบ. กล่าวว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ปราศจากหลักฐานสนับสนุน และไม่มีน้ำหนักทางกฎหมาย ชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่ได้มีปฏิบัติการที่ใช้อาวุธเคมี ส่วนกรณีของกระสุนฟอสฟอรัสขาว (ดับบลิวพี) มีวัตถุประสงค์หลักใช้ในการสร้างควัน แสงสว่าง ระเบิด และเพลิง ไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอาวุธเคมีตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (ซีดับบลิวซี) รวมถึงไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศใดที่ห้ามการเก็บรักษาหรือการใช้งานกระสุนชนิดนี้ ประเทศไทยจึงสามารถเก็บรักษาและใช้ตามภารกิจทางทหารได้ภายใต้กรอบกฎหมายสากล

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ การใช้กระสุนดับบลิวพีของกองทัพบกไทยอยู่ภายใต้ระเบียบการควบคุมอย่างเข้มงวด ใช้ต่อเป้าหมายทางทหารเท่านั้น และไม่เคยมีการนำไปใช้เพื่อมุ่งทำลายชีวิตพลเรือนแต่อย่างใด ทบ. ขอเน้นย้ำว่าการปฏิบัติการทางทหารของประเทศไทย ไม่มีการใช้อาวุธเคมี ส่วนการใช้กระสุนฟอสฟอรัสขาว ดับบลิวพีอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายสากลอย่างเคร่งครัด สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยจะเห็นได้ว่าการที่กัมพูชาเผยแพร่ข้อกล่าวหา มีความมุ่งหวังเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจผิดในเวทีสาธารณะเท่านั้น