นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานบริหารจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ภาคการเกษตร ครั้งที่ 2/2568 โดยมีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ว่า ที่ประชุมรับทราบมติคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ซึ่งเห็นชอบมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 โดยกำหนดแนวทางดำเนินงาน 5 ด้าน ได้แก่ การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร การจัดการไฟในพื้นที่ป่า การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง การจัดการหมอกควันข้ามแดน และการบริหารจัดการภาพรวม โดยมอบหมายกระทรวงเกษตรฯ รับผิดชอบส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าว โดยให้หน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการและรายงานผลภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมเน้นย้ำให้เข้มงวดการใช้ระบบบริหารการเผา Burn Check ส่งเสริมเกษตรปลอดการเผา และผลักดันการใช้เศษวัสดุเกษตรในระบบพลังงานชีวมวล เพื่อลดการเผาและบรรเทาผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 อย่างยั่งยืน และที่ประชุมยังเห็นชอบ (ร่าง) มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568/69 ประกอบด้วย 4 มาตรการหลัก คือ 1. การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผา โดยใช้ระบบ Hotspot และตัดสิทธิ์การช่วยเหลือจากรัฐแก่ผู้ฝ่าฝืน 2. การบริหารจัดการการเผาและเศษวัสดุ โดยให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนผ่านระบบ Burn Check และส่งเสริมการใช้เศษวัสดุเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล 3. การกำหนดมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน 4. การส่งเสริมการเกษตรตามหลัก 3R และปลูกพืชทดแทนมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มรายได้และลดแรงจูงใจในการเผา

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบโครงการที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขการเผาในพื้นที่เกษตร จำนวน 7 โครงการ อาทิ  โครงการส่งเสริมสถาบันเกษตรกรลดการเผาและสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฝุ่นละอองทางการเกษตรในพื้นที่นิคมสหกรณ์ โครงการรณรงค์ไถกลบ ลดเผาตอซัง โครงการหมู่บ้านต้นแบบหยุดเผา เป็นต้น เพื่อเสนอขอรับงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยจะนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ พิจารณา ก่อนเสนอกรมควบคุมมลพิษและสำนักงบประมาณดำเนินการต่อไป

 “การจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการในปี 2569 บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งลดการเผาในพื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง มาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร สร้างระบบเกษตรปลอดการเผา และยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”