เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ลูกค้าหญิงชาวจีนคนหนึ่งรายงานว่า เธอพบฟันปลอมของมนุษย์ 3 ซี่เรียงติดกันอยู่ในไส้กรอกที่ซื้อให้ลูกของเธอที่มณฑลจี๋หลิน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ลูกค้าหญิงรายนี้กล่าวว่าเธอซื้อไส้กรอกย่างดังกล่าวจากร้านค้าข้างทางแห่งหนึ่ง ในตอนแรก ผู้ขายปฏิเสธว่า ฟันที่เธอพบไม่ได้อยู่ในไส้กรอกที่เขาขาย แต่ต่อมาได้กล่าวขอโทษหลังจากเจ้าหน้าที่กำกับดูแลตลาดท้องถิ่นเข้ามาจัดการ

ในวันเดียวกันนั้นเอง ลูกค้าหญิงอีกคนก็รายงานว่า พ่อของเธอพบฟันมนุษย์ 2 ซี่ในติ่มซำที่ร้านซุปเกี๊ยวซานจิน ซึ่งเป็นเครือข่ายสาขาของร้านติ่มซำชื่อดังในเมืองตงก่วน มณฑลกวางตุ้ง ทางใต้ของจีน ลูกค้าหญิงยืนยันว่า ฟันเหล่านั้นไม่ใช่ของพ่อเธออย่างแน่นอน
ทางร้านซานจินชี้แจงว่า เกี๊ยวทั้งหมดส่งมาจากสำนักงานใหญ่โดยตรง และไม่สามารถบอกที่มาของฟันที่พบในอาหารได้ โดยขณะนี้ คดีดังกล่าวก็ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวน

ต่อมา ในวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ก็มีลูกค้ารายที่ 3 พบฟันปลอมของมนุษย์ฝังอยู่ในขนมเค้กวอลนัตและพุทราจีนที่ซื้อจากสาขาของร้านค้าปลีกแซมส์ คลับในเซี่ยงไฮ้ โดยบอกว่าที่เธอรู้ว่าเป็นฟันปลอมเนื่องจากเห็นนอตโลหะที่ฝังอยู่ในฟันอย่างชัดเจน
ปกติแล้ว แซมส์ คลับเป็นร้านค้าปลีกแบบที่มีคลังสินค้าขนาดใหญ่ ลูกค้าจะต้องเป็นสมาชิกเท่านั้น ภาพลักษณ์ของร้านคือแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง
เค้กดังกล่าวมีราคากล่องละ 27.8 หยวน (ประมาณ 130 บาท) โดยมีน้ำหนักขนมต่อกล่องอยู่ที่ 520 กรัม

พนักงานของสาขาของแซมส์ คลับแสดงความตกใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยืนยันว่าอาหารที่ผลิตจากโรงงาน “ไม่ควรจะเกิดปัญหาเช่นนี้”
ลูกค้ารายนี้กลับมาในวันรุ่งขึ้นเพื่อรับสิทธิชดเชยและระบุว่า ทางร้านเสนอเงินชดเชยให้เธอ 1,000 หยวน (ประมาณ 4,600 บาท) สำหรับเค้กที่มีปัญหา พร้อมกับขอให้เธอเซ็นชื่อในใบรับเงินชดเชย แต่ไม่ยอมให้เธอถ่ายภาพใบเสร็จดังกล่าว ลูกค้าหญิงคนนี้จึงปฏิเสธเงินชดเชย โดยอ้างว่า “ทัศนคติของพวกเขาไม่ถูกต้อง”
ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยด้านอาหารของจีน บริษัทที่ผลิตหรือจำหน่ายอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจะต้องชดเชยผู้บริโภคเป็น 10 เท่าของราคาสินค้า หรือ 3 เท่าของความเสียหายที่ผู้บริโภคได้รับ หากจำนวนเงินชดเชยต่ำกว่า 1,000 หยวน ให้ถือว่า 1,000 หยวนเป็นจำนวนขั้นต่ำ
ขณะนี้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดของเขตผู่ตงใหม่ในเซี่ยงไฮ้ได้เริ่มการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวนี้แล้ว
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพบฟันปลอมในผลิตภัณฑ์ที่ขายในร้านแซมส์ คลับ โดยในปี 2565 มีลูกค้าหญิงรายงานว่า ลุงของเธอพบ ฟัน 3 ซี่ในขนมเค้กสวิสโรลของแซมส์ คลับที่ซื้อจากร้านค้าในเมืองเซียะเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน
เมื่อใดก็ตามที่มีข่าวพบชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์ในอาหาร ชาวจีนซึ่งได้ชื่อเป็นชนชาตินักกินต่างคาดเดาไปต่างๆ นานา โดยบางคนถึงขั้นสงสัยว่าอาจมีเนื้อคนผสมเข้ากับเนื้อสัตว์ระหว่างแปรรูปโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ฉันหวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องสยองขวัญแบบมีการผสมเนื้อคนเข้าไปในส่วนผสม” ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตคนอื่น ๆ คาดการณ์ว่า คนงานในโรงงานอาจทำฟันปลอมหลุดหายโดยไม่ได้ตั้งใจในระหว่างการผลิตอาหาร
ขณะที่มีชาวเน็ตหลายคนแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยของการผลิตอาหาร ก็มีชาวเน็ตอีกคนตั้งข้อสังเกตว่า “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีกรณีแบบนี้มากมายขนาดนี้ ทั้งที่ปกติแล้ว โรงงานจะใช้เครื่องเอกซเรย์ตรวจสอบอาหารเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้นะ”
เท่าที่ผ่านมา เหตุการณ์พบสิ่งแปลกปลอมในอาหารมักจะจบลงที่ลูกค้าประนีประนอมยอมความกับผู้ขายอาหาร โดยไม่มีการเผยแพร่ผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, Weibo



