เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่รัฐสภา คณะ สว.สำรอง นำโดย นายธนวัฒน์ ศรีสุข และ ดร.จักพงษ์ คงปัญญา อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน และอดีตผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง รวมถึงกลุ่มผู้สมัคร สว. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีความล่าช้าและละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากคดีฮั้วเลือก สว. มีความล่าช้ามากว่า 1 ปี 3 เดือน
โดย ดร.จักพงษ์ คงปัญญา อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน และอดีตผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง กล่าวว่า เราได้เชิญมาให้ข้อมูลกับทาง กมธ.กฎหมายฯ และวันนี้ได้ให้ข้อมูลในเรื่องของความไม่สุจริตและเที่ยงธรรมของขบวนการจัดเลือก สว. ปี 2567 โดยพูดถึงรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้กรรมาธิการโดยทำการศึกษาเพื่อที่จะหาข้อสรุปในการเลือก สว. ที่จะพัฒนาระบบและกระบวนการเลือกตัวแทนของประเทศไม่ว่าจะเป็น สส. สว. หรือ กกต. จะต้องมีการปรับปรุงพัฒนาอย่างไรบ้างเพื่อให้ประเทศมีระบบการจัดเลือกตัวแทนของประเทศตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง
ด้าน นายอุทัย อัตถาพร สว.สำรอง กล่าวว่า วันนี้ได้มีการนำเสนอเรื่องให้กับทาง กมธ.กฎหมายฯ คือการดำเนินคดีฮั้ว สว.ที่มีปัญหาเรื่องความล่าช้า โดยผิดต่อระเบียบที่ กกต. กำหนดไว้ จึงมาร้องเรียนที่ กมธ.กฎหมายฯ เพื่อนำประเด็นเรื่องนี้ไปถึงศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว
ขณะที่ นายธนวัฒน์ ศรีสุข สว.สำรอง กล่าวว่า เราได้ข้อมูลมาว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. ถูกย้ายไปทั้งหมด 17 คน เหลือเพียงอธิบดีดีเอสไอบุคคลเดียวที่ไม่ได้ถูกย้าย รวมถึงเรื่องฟอกเงินบุคคลที่ทำคดีนี้อยู่ก็ถูกย้ายเช่นกัน และในการประชุม กมธ.กฎหมายฯ ในวันที่ 29 ต.ค. 2568 จะมีการนัดดีเอสไอ มาตอบข้อซักถามจากคณะ สว.สำรอง ว่าเหตุใดคดีฮั้วเลือก สว.จึงมีความล่าช้า



