ทุกสารทิศระดมกันถล่ม กรณีปลด มาซาทาดะ อิชิอิ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล ความรู้สึก หรือผสมโรง

“มาดามแป้ง” คุณนวลพรรณ ล่ำซำ ตั้งหลักไป 24 ชั่วโมง ก่อนจะโพสต์อธิบาย หรือจะบอกว่าแก้ต่างอะไรก็แล้วแต่

ข้อความยาวมากๆ กอบโกยอะไรมากมายมารวมๆ สุมๆ กัน โน่นนี่นั่น ประดิษฐ์คำ

จนบดบังสาระสำคัญ!

ยิ่งเขียน “ยืดยาว” ก็ยิ่งถูกขยายความให้ “ยุ่งเหยิง” จะทำให้ดูสวย แต่กลับจะยิ่งถูกเอาไปเล่นกันต่อ ในช่วงที่โลกโซเชียลกำลังพร้อมรุมขย้ำ

สาระหลักๆ เป็นสิทธินายจ้างปลดได้ เป็นเรื่องธรรมดา, ฝ่ายเทคนิคให้ปลดตั้งแต่แพ้เติร์กเมนิสถานแล้ว แต่หาคนแทนไม่ได้ และตั้ง แอนโธนี ฮัดสัน

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ ที่ มาดามแป้ง ขึ้นมาข้อแรกเลย คือ “เป็นสิทธิที่ทำได้”

คุณนวลพรรณ มองว่าการเป็นนายจ้าง ก็มีสิทธิปลดลูกจ้างซิ่ เมื่อฉันเห็นว่าไม่ควรอยู่แล้ว เงินชดเชยก็จ่าย

ถูกต้องว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ ไม่ผิดกฎใดๆ แต่…ถ้า “จะทำ” การเอาความคิดตัวเองทั้งหมด คงไม่ได้ เพราะนี่คือตำแหน่ง “หัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลทีมชาติไทย”

ปลด อิชิอิ ปลดได้ เพราะ อิชิอิ ก็ไม่ได้ผลงานดีติดเพดาน

แต่จังหวะ เวลา สาเหตุ ความสมเหตุสมผล ต้องลงตัว

“สิทธิที่ทำได้” จึงไม่ควรเอามาประกอบเป็นเหตุผล ใครๆ ก็รู้ว่าทำได้ แต่ “ควรทำหรือไม่” อีกเรื่อง

คำว่า “สิทธิที่ทำได้” ทำให้ย้อนไปถึงตอนที่ มาดามแป้ง จะโยกจากประธาน การท่าเรือ เอฟซี มาเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ

ท่ามกลางเสียงทักท้วงว่า “ได้เหรอ” แม้ มาดามแป้ง จะยอมลุกจากตำแหน่ง ประธานสิงห์เจ้าท่า (แล้วใครเป็นต่อก็ว่ากันไป) แต่ยังมีเสียงบ่นมาทำนองว่า “ไม่มีข้อห้ามนะ”

ก็ใช่ที่ไม่มีระเบียบห้าม แต่นอกจากระเบียบคือ “ความเหมาะสม”

ไม่ได้บอกว่า สมาคมยุคมาดามแป้ง จะเอียงให้ ท่าเรือ (และเท่าที่เห็น ก็ไม่ใช่) แต่มันมีโอกาสที่คนจะมองแบบนั้น คิดแบบนั้น ตั้งแง่ ตั้งข้อสังเกต

ไม่มีข้อห้าม แม้จะบริสุทธิ์ใจ แต่ใช่ว่าทำแล้วจะเหมาะสม

การปลด อิชิอิ ก็เช่นกัน.