สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า ทรัมป์ตราหน้าเปโตรว่าเป็น “อันธพาล” และผู้ค้ายาเสพติดที่นำพาประเทศชาติล่มสลาย ส่งผลให้ผู้นำโคลอมเบียประกาศกร้าวว่า เขาจะปกป้องตัวเองทางกฎหมายด้วยทนายความชาวอเมริกัน

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหรัฐตัดความช่วยเหลือทางทหารที่สำคัญต่อรัฐบาลโบโกตาแล้ว และเตือนเปโตรให้ “ระวังตัว” ขณะที่ นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เรียกผู้นำโคลอมเบียว่าเป็น “คนบ้า”

CBS News

อนึ่ง นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ ประกาศการโจมตีเรือในมหาสมุทรแปซิฟิก 2 ครั้ง เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และวันก่อนหน้านั้น ซึ่งโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ แสดงให้เห็นถึงเรือที่ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ

การโจมตีข้างต้น ซึ่งเฮกเซธกล่าวว่าดำเนินการในน่านน้ำสากล ทำให้จำนวนการโจมตีของสหรัฐในลักษณะเช่นนี้ อยู่ที่อย่างน้อย 9 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 37 ราย ซึ่งจนถึงขณะนี้ การโจมตีเกิดขึ้นในทะเลแคริบเบียนเท่านั้น

ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐ แจ้งต่อสภาคองเกรสว่า สหรัฐอยู่ใน “ความขัดแย้งทางอาวุธ” กับแก๊งค้ายาเสพติดในลาตินอเมริกา โดยระบุว่า พวกเขาเป็นกลุ่มก่อการร้าย และอธิบายว่า ผู้ต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติดเป็น “นักรบผิดกฎหมาย”

แม้โคลอมเบียเป็นผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่ประเทศทำงานร่วมกับสหรัฐมานานหลายสิบปี เพื่อควบคุมการผลิต ซึ่งถูกควบคุมโดยกองกำลังกึ่งทหาร แก๊งค้ายาเสพติด และกลุ่มกองโจรที่มีเงินทุน

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ทรัมป์และเปโตรขึ้นสู่อำนาจ ซึ่งความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากแคมเปญปราบปรามยาเสพติดที่รุนแรงของผู้นำสหรัฐ.

เครดิตภาพ : AFP