เมื่อวันที่ 23 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง พลัส เปิดให้ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2568 ปรากฏว่า จากการลงทะเบียน 7 วันที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียน 1,619 ราย ในจำนวนนี้ผ่านการตรวจสอบจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 1,366 ราย คิดเป็น 84% ไม่ผ่านการตรวจสอบ 253 ราย ขณะที่โครงการคนละครึ่ง เมื่อปี 2565 มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการฯ 1,480 ราย ซึ่งมีแนวโน้มว่าโครงการในปี 2568 จะมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมากกว่าเดิม

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตัวเลขการลงทะเบียนดังกล่าว ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสนใจของผู้ให้บริการรถสาธารณะในการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส แต่เมื่อเทียบกับจำนวนรถสาธารณะที่มีสิทธิเข้าร่วม ยังอยู่ในสัดส่วนไม่มาก จึงขอเชิญชวนผู้ขับขี่รถสาธารณะทุกประเภทมาเข้าร่วมโครงการ เพื่อช่วยกันลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และสร้างรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นให้กับผู้ประกอบการเอง
นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า กลุ่มที่เข้าร่วมโครงการฯ มากที่สุด ได้แก่ รถ TAXI-METER จำนวน 1,325 ราย ผ่านการตรวจสอบแล้ว 1,153 ราย รองลงมาคือ จักรยานยนต์สาธารณะ 268 ราย ผ่านแล้ว 203 ราย ส่วนรถตุ๊กๆ 8 ราย ผ่านการตรวจสอบ 5 ราย รถสองแถว 7 ราย ผ่านการตรวจสอบ 3 ราย และรถตู้โดยสารประจำทาง 8 ราย ผ่านการตรวจสอบ 1 ราย อย่างไรก็ตามโครงการ คนละครึ่งพลัส เป็นนโยบายที่รัฐบาลตั้งใจให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย คือ ประชาชนที่ได้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางลงครึ่งหนึ่ง ทำให้เดินทางได้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับรถสาธารณะมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องปรับค่าโดยสาร เพราะรัฐเข้ามาช่วยสมทบอีก 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” กับ “ร้านค้าขนส่ง” ที่ลงทะเบียน และได้รับสิทธิร่วมโครงการ ซึ่งเป็นระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่มีผลกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการแต่อย่างใด

ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งพลัส เปิดให้ผู้ประกอบการรถสาธารณะทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น แท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถตุ๊กๆ รถสองแถว หรือรถตู้โดยสาร สามารถเข้าร่วมในฐานะ “ร้านค้าขนส่ง” โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2568 ผ่านจุดรับลงทะเบียนที่บูธ กระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขา ซึ่งเป็นช่องทางหลักสำหรับผู้ให้บริการและผู้ประกอบการสาธารณะ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ ขบ. สำนักงานขนส่งฯ ทั่วประเทศ และศูนย์ช่วยเหลือโครงการ คนละครึ่ง พลัส โทร. 0-2111-1122 หรือผ่าน เว็บไซต์ทางการของโครงการ และแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”
นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมสนับสนุนให้ผู้ขับรถสาธารณะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้อย่างเต็มที่ อยากให้ผู้ประกอบการทุกคนเห็นว่า โครงการนี้คือโอกาส เพราะเมื่อประชาชนได้รับส่วนลดจากภาครัฐ พวกเขาจะใช้บริการรถสาธารณะมากขึ้น นั่นหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น และระบบขนส่งที่เข้มแข็งขึ้นในภาพรวม สุดท้ายจะเป็นประโยชน์กับทั้งผู้ให้บริการ และผู้โดยสาร.



