สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่านายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรอสเนสฟต์ และลุคออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่สองแห่งของรัสเซีย ว่า “จีนคัดค้านมาโดยตลอดต่อมาตรการลงโทษฝ่ายเดียวที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)”
เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน “มีอิทธิพลอย่างมาก” เหนือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในการยุติสงคราม กัวตอบว่า “การเจรจาและการพูดคุยเป็นทางออกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับวิกฤติการณ์ในยูเครน”
#FMsays After the European Union adopted its 19th package of sanctions against Russia, which penalizes 12 Chinese companies including oil refiners, the Foreign Ministry said the EU has repeatedly launched illegal unilateral sanctions against Chinese enterprises for alleged… pic.twitter.com/zHpOyV3zvp
— China Daily (@ChinaDaily) October 23, 2025
ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนวิพากษ์วิจารณ์ มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่สหภาพยุโรป (อียู) เห็นชอบร่วมกัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายรวมถึงบริษัทของจีนด้วย ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” และย้ำว่า “จีนไม่ได้เป็นผู้สร้างวิกฤติการณ์ในยูเครนและไม่ได้เป็นคู่กรณีในวิกฤติครั้งนี้”
ทั้งนี้ รอสเนสฟต์ และลุคออยล์ ส่งออกน้ำมันรวมกันราว 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยรอสเนสฟต์เพียงบริษัทเดียว ครองสัดส่วนการผลิตน้ำมันเกือบครึ่งหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งคิดเป็น 6% ของผลผลิตน้ำมันทั่วโลก ขณะที่ประเทศซึ่งเป็นลูกค้าหลักในการซื้อน้ำมันของรัสเซีย ยังคงเป็น จีน อินเดีย และตุรกี.
เครดิตภาพ : AFP



