สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ว่านายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงการที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรรอสเนสฟต์ และลุคออยล์ ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่สองแห่งของรัสเซีย ว่า “จีนคัดค้านมาโดยตลอดต่อมาตรการลงโทษฝ่ายเดียวที่ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศ และไม่ได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี)”


เกี่ยวกับการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน “มีอิทธิพลอย่างมาก” เหนือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในการยุติสงคราม กัวตอบว่า “การเจรจาและการพูดคุยเป็นทางออกเดียวที่เป็นไปได้สำหรับวิกฤติการณ์ในยูเครน”


ขณะเดียวกัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนวิพากษ์วิจารณ์ มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่สหภาพยุโรป (อียู) เห็นชอบร่วมกัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายรวมถึงบริษัทของจีนด้วย ว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ไม่พอใจอย่างยิ่ง” และย้ำว่า “จีนไม่ได้เป็นผู้สร้างวิกฤติการณ์ในยูเครนและไม่ได้เป็นคู่กรณีในวิกฤติครั้งนี้”


ทั้งนี้ รอสเนสฟต์ และลุคออยล์ ส่งออกน้ำมันรวมกันราว 3.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยรอสเนสฟต์เพียงบริษัทเดียว ครองสัดส่วนการผลิตน้ำมันเกือบครึ่งหนึ่งของรัสเซีย ซึ่งคิดเป็น 6% ของผลผลิตน้ำมันทั่วโลก ขณะที่ประเทศซึ่งเป็นลูกค้าหลักในการซื้อน้ำมันของรัสเซีย ยังคงเป็น จีน อินเดีย และตุรกี.

เครดิตภาพ : AFP