นาทีนี้ ชื่อของบุคคลที่สังคมกำลังสนใจและจับตาอย่างร้อนแรง คงหนีไม่พ้นชื่อของ “กาญจนา สถาวร” หรือที่รู้จักในชื่อ “อีฟ” หลังมีการเปิดเผยว่าเธอคือ ประธานกรรมการมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ ตามกฎหมาย ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจเดิมของสาธารณชนที่เชื่อว่า นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” คือประธานตัวจริง
จุดที่ทำให้เกิดข้อถกเถียงรุนแรงที่สุด คือข้อบังคับของมูลนิธิฯ ข้อที่ 39 ที่ระบุว่า หากมูลนิธิต้องยุบเลิก ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” ซึ่งส่งผลให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใส และแรงจูงใจทางการเมืองของการจัดตั้งมูลนิธิที่รวดเร็วนี้

“ทนายอีฟ” คือใคร? เปิดโปรไฟล์นักธุรกิจสาวจากชลบุรี
นางสาวกาญจนา สถาวร หรือ “อีฟ” มีภูมิหลังที่หลากหลาย ทั้งในด้านธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเธอมีชื่อเล่นว่า “ทนายอีฟ” แม้จะไม่ได้มีบทบาทหลักในด้านกฎหมายก็ตาม
-ประวัติการศึกษา
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ABAC) และจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนชลกันยานุกูล จังหวัดชลบุรี
-บทบาททางธุรกิจ
ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคเค แบรนด์ บาย พิมพ์ไลน์ ช้อป จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์สารสนเทศ
-งานจิตอาสา
เธอเป็นจิตอาสาที่ทำงานร่วมกับทีมงานของ “กัน จอมพลัง” มาเป็นเวลาหลายปี โดยเริ่มต้นจากการได้รู้จักกันครั้งแรก ในช่วงลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วม และได้เข้าร่วมทีม มีบทบาทสำคัญในการประสานงานช่วยเหลือผู้เสียหายในหลายกรณี
-กิจกรรมภาคประชาชน
เคยเข้าร่วมโครงการยุวชนประชาธิปไตย รุ่นที่ 1 ประจำปี 2553 และเคยดำรงตำแหน่ง CD Contest Manager MUT Phra Nakhon Si Ayutthaya ในปี 2566


โครงสร้างมูลนิธิ “กันจอมพลัง ช่วยสู้”
สำหรับ “มูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้” ได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน และสนับสนุนงานบรรเทาสาธารณภัย โดยยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง
ตามโครงสร้างทางกฎหมาย
-นางสาวกาญจนา สถาวร คือผู้ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการมูลนิธิฯ โดยมีหน้าที่รับผิดชอบหลักในการบริหารงานด้านการเงิน การตรวจสอบเอกสาร และการวางแผนโครงการ
-นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ (“กัน จอมพลัง”) มีสถานะเป็นเพียง ผู้ริเริ่มแนวคิด ผู้ระดมทุนก่อตั้ง และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เท่านั้น โดยไม่ได้มีชื่อเป็นกรรมการในคณะกรรมการมูลนิธิฯ

ปมร้อนข้อ 39 เชื่อมโยง “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”
ประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนและความไม่ไว้วางใจในสังคมมากที่สุดคือ ข้อบังคับข้อ 39 ของมูลนิธิฯ ที่ระบุว่า “ถ้ามูลนิธิต้องเลิกล้มไป.. ทรัพย์สินทั้งหมดของมูลนิธิที่เหลืออยู่ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”
คำชี้แจงจาก “อีฟ” และ “กัน จอมพลัง”
ในการแถลงข่าวชี้แจงในวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา นางสาวกาญจนา และ กัน จอมพลัง ได้อธิบายถึงที่มาของข้อบังคับที่เป็นปัญหาว่า…
1.เหตุผลด้านเอกสาร
ข้อบังคับดังกล่าวเกิดจากความเร่งรีบในขั้นตอนการจัดทำเอกสารเพื่อขอการรับรองทางกฎหมายอย่างรวดเร็ว โดยเลือกใช้ชื่อมูลนิธิธรรมนัสฯ เป็นตัวอ้างอิง เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับการสานต่อภารกิจช่วยเหลือประชาชน
2.ปฏิเสธความสัมพันธ์ส่วนตัว
นางสาวกาญจนายืนยันว่าตนเอง ไม่ได้รู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการส่วนตัว
3.ยืนยันไร้เจตนาทางการเมือง
“กัน จอมพลัง” ยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิธรรมนัสฯ แต่ไม่ได้ปรึกษา ร.อ.ธรรมนัส โดยตรง และยืนยันว่าการดำเนินการทั้งหมด ไม่มีเจตนาซ่อนเร้นหรือมีความเชื่อมโยงทางการเมืองแอบแฝง

ยอมเปลี่ยนเพื่อกู้ความเชื่อมั่น
แต่จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เอง ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารของมูลนิธิฯ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของสาธารณชน โดย “กัน จอมพลัง” ได้ประกาศว่าจะเข้ารับตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ ด้วยตนเอง เพื่อความโปร่งใสและสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่าย การประกาศดังกล่าวจึงเป็นการยุติบทบาทของ “อีฟ-กาญจนา สถาวร” ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ ท่ามกลางสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้น..



