เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายมนูญกฤช ทองขโชค เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามที่ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 69 จำนวน 9 คดี ผู้ต้องหา 7 ราย ในข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และศาลยังได้มีคำพิพากษาเพิ่มเติมไปยังสำนักงานที่ดินให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดินของจำเลยทั้ง 7 ราย
ซึ่งจากการตรวจสอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดพบว่าบริษัทนิติบุคคลซึ่งเป็นจำเลยในคดีทั้ง 9 คดี ปรากฏว่าพบจำเลย 6 ราย ถือครองที่ดิน 7 แปลง เนื้อที่รวม 2 ไร่ ซึ่งขณะนี้สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ทำการอายัดที่ดินทั้งหมดไว้แล้ว และอยู่ระหว่างเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนกรมที่ดิน ดำเนินการตามขั้นตอนของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 111 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สั่งให้จำหน่ายที่ดินที่ได้มาโดยฝ่าฝืนกฎหมายออกไปภายใน 180 วัน ไม่เกิน 1 ปี และหากผู้ถือครองไม่ดำเนินการ เจ้าหน้าที่สามารถนำที่ดินออกขายทอดตลาดตามกระบวนการทางกฎหมายได้

นายมนูญกฤช กล่าวด้วยว่า การอายัดที่ดินเพื่อดำเนินการตามมาตรา 111 ใน 6 นิติบุคคลนี้เป็นไปตามคำสั่งศาล ในขณะเดียวกัน สำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี สาขาเกาะสมุยส่วนแยกเกาะพะงัน ได้ตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลตามที่ถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวในพื้นที่ อ.เกาะพะงันแล้ว พบว่าหลังการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินแล้วได้มีการเพิ่มทุนหรือเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นจนเข้าลักษณะนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 97 และมาตรา 98 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 112 และมาตรา 113 อีก รวม 45 นิติบุคคล ที่ดิน 61 แปลง เนื้อที่ประมาณ 83 ไร่
นอกจากนั้นในการตรวจสอบยังพบว่ามีบริษัทนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินและเข้าข่ายทำผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี อีก 28 บริษัท ซึ่งสำนักงานที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินลงทุน และความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติ รวมถึงตรวจสอบบุคคลชาวไทยที่เข้าไปถือหุ้น หรือถือครองแทนเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับชาวต่างด้าวหรือทำให้บริษัทต่างด้าวสามารถถือครองที่ดินได้ ซึ่งหากมีพยานหลักฐานกลุ่มคนไทยเหล่านี้ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 97 ด้วย

ข่าวรายงานด้วยว่า ในจำนวน 61 แปลง เนื้อที่ประมาณ 83 ไร่ ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่มีมูลค่ารวมกันไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในปฏิบัติการตรวจสอบการถือครองที่ดินโดยกลุ่มทุนต่างชาติโดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีมูลค่าที่ดินสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากการตรวจสอบเพิ่มเติมนำไปสู่การพิสูจน์ได้ว่าบริษัทกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีการใช้นอมินีจริง จำนวนคดีและจำนวนที่ดินที่อาจถูกสั่งจำหน่ายตามมาตรา 111 เพิ่มขึ้นอีกเป็นวงกว้าง และอาจส่งผลต่อโครงสร้างการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนต่างชาติในอนาคต



