เมื่อวันที่ 24 ต.ค. พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี กรรมการอำนวยการทำงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ผิดกฎหมาย จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ตามที่คณะทำงานเฉพาะกิจ นำโดย พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด นำหมายศาลจังหวัดเกาะสมุย เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ใน อ.เกาะพะงัน จำนวน 4 จุด เพื่อตรวจสอบการกระทำผิด

ล่าสุดรับรายงานผลปฏิบัติจากคณะทำงานว่า ในการเข้าตรวจคนสำนักงานที่ปรึกษาทางกฎหมาย ได้ตรวจยึดเอกสารประกอบการสืบสวนขยายผลไปยังบริษัทนิติบุคคล จำนวน 89 แห่ง พบความผิดปกติ คือ บริษัทนิติบุคคลทั้ง 89 แห่ง มีชาวต่างชาติอย่างน้อย 1 ราย ถือหุ้นในอัตราส่วนร้อยละ 49 โดยพบว่ามีผู้ถือหุ้นชาวไทยหลายคน ถือหุ้นอยู่ในหลายบริษัท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงิน การเสียภาษีของรายชื่อผู้ถือหุ้นที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร

ส่วนการเข้าตรวจค้น โครงการ ศิธาญา บีช ฟร้อนท์ วิลล่า หมู่ 4 ต.เกาะพะงัน จำนวน 8 หลัง พบว่าเป็นการครอบครองของ 2 บริษัท มี 1 บริษัทถือครองเพียง 1 หลัง และพบว่าวิลล่าทั้ง 8 หลัง ได้มีการนำไปประกอบธุรกิจเป็นโรงแรมที่พักแบบค้างคืน ซึ่งเจ้าหน้าที่ปกครองเกาะพะงัน ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับนิติบุคคลทั้ง 2 ราย ในความผิดประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน และคณะทำงาน จะดำเนินการตรวจสอบการเสียภาษีของนิติบุคคลทั้ง 2 รายด้วย

รายงานข่าวระบุว่า สำหรับบริษัทนิติบุคคลที่เป็นผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างและที่ดินเนื้อที่ 2.5 ไร่ มูลค่าที่ดินกว่า 150 ล้านบาท พบว่าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนโดยมีหุ้นส่วนชาวไทย 2 คน กับชาวอิสราเอล ขณะที่นิติบุคคลที่เพิ่มชื่อเข้ามาใหม่เป็นนิติบุคคลที่ครอบครองที่ดินย่อยจำนวน 6 แปลงและกำลังมีการก่อสร้างอาคารวิลล่าหรู มีหุ้นส่วนเป็นชาวอิสราเอล 2 คน และมีแนวโน้มอาจจะใช้นิติบุคคลเข้าถือหุ้นในลักษณะหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนขยายผลการตรวจค้นสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย พบพิรุธสำคัญ คือ มีชาวไทย อย่างน้อย 2 รายเข้าข่ายเป็นนอมินี โดยรายแรก เป็นหญิงไทย อายุ 49 ปี เป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคล 68 แห่ง แต่จดทะเบียนเลิกไปแล้ว 5 แห่ง ส่วนอีกรายเป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี เป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคล 16 แห่ง โดยเกือบทั้งหมดเป็นนิติบุคคลที่ดำเนินกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์.