เมื่อวันที่ 26 ต.ค. นางนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ปฏิบัติการ SLAPP เกิดขึ้นในวุฒิสภาแล้ว วันที่ 28 ต.ค.นี้ วุฒิสภาบรรจุวาระด่วนเรื่อง ให้มีการลงมติการร้องเรียนจริยธรรมของสว.นันทนา นันทวโรภาส เป็นการด่วน ซึ่งสืบเนื่องมาจากในเดือน ต.ค. 2567 มีผู้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ว่าตนมีพฤติกกรรมที่ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพ เสียดสี ด้อยค่า สว.ท่านหนึ่งในสภา ด้วยคำกล่าวที่ว่า “ตนถูกโหวตออกจากรรมาธิการพัฒนาการเมือง ได้คนขายหมูเข้ามาเป็นกรรมาธิการ.. ซึ่งตรงนี้ขอฟ้องประชาชน ว่ากระบวนการคัดสรรผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งในกมธ. ไม่ได้คำนึงถึงฐานประวัติกลุ่มอาชีพของผู้สมัครเข้ามาเป็นสว. แต่ใช้เสียงข้างมากในการโหวต”
ซึ่งคณะกรรมการจริยธรรมประกอบไปด้วยสว.จำนวน 22 คน ในจำนวนนี้มีสว.ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฮั้วสว.จำนวนทั้งสิ้นถึง 15 คน รวมทั้งพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการด้วย ซึ่งตนได้ร้องคัดค้านกรรมการทั้ง 15 คนนี้ เนื่องจากตนได้ออกมาต่อสู้ให้สว.เหล่านี้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และชะลอการลงมติเพื่อเลือกองค์กรอิสระ จึงถือว่าเป็น “คู่ขัดแย้ง” โดยตรง ย่อมไม่อาจมาทำหน้าที่วินิจฉัยคดีนี้ได้
แต่คณะกรรมการชุดนี้ก็ยังดึงดันที่จะสอบสวนต่อ โดยทุกอย่างดำเนินการโดย “ลับ” และยังกลั่นแกล้งมิให้นำพยานคนสำคัญได้แก่ รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว ดร.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ และทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการ ทั้งที่ได้มีหนังสือนัดหมายไว้แล้ว
จึงถือว่ากระบวนการสอบสวนจริยธรรมนี้ “มิชอบ” ทั้งตัวคณะกรรมการ 15 คนที่เป็น “คู่ขัดแย้ง” กับตน และกระบวนการสอบสวนที่ปิดลับ ไม่เปิดโอกาสให้มีการชี้แจงอย่างโปร่งใส เป็นการ “ปิดประตูตีแมว” รวบรัดลงมติกันโดยอคติ กลั่นแกล้ง เพื่อต้องการให้ตนพ้นจากตำแหน่ง สว.
การนำมติกล่าวโทษตนเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภานี้ กำหนดให้เป็นการประชุมลับตามข้อบังคับที่ 42 ซึ่งประชาชนจะไม่ได้รับรู้ข้อมูลใดๆ เลย และในที่สุดก็จะมีการลงมติ ตามข้อบังคับที่ 43 วรรคสอง โดยใช้เสียงสว. สามในห้า หรือ 120 เสียง เพื่อส่งให้ป.ป.ช.ดำเนินคดีต่อไป นี่คือการฟ้อง “ปิดปาก” มิให้ตนออกมาเปิดโปง กระบวนการ “ฮั้วสว.” และมิให้ “ยับยั้ง” การลงมติเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอีกต่อไป
หากตนถูกบดขยี้เช่นนี้ได้ ก็จะเป็นกรณีตัวอย่าง มิให้สว.อิสระอื่นๆ ขัดขืน ต่อสว.สีน้ำเงิน และต้องยอมจำนนต่อการ “กินรวบ” ในวุฒิสภาตลอด 5 ปีนี้ นี่คือกระบวนการ “ปิดหูปิดตาประชาชน” เป็นขบวนการ “กินรวบประเทศไทย” ที่จะเป็นหายนะของประเทศอย่างใหญ่หลวง หากอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระ ตกอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว
ด้วยความกล้าหาญ และยึดมั่นในอุดมการณ์ ตนเชื่อว่า เสียงเล็กๆ ในฐานะสว.ของตน จะสามารถพิทักษ์ผลประโยชน์ของประชาชนได้ เพราะตนจะเปิดโปงความฉ้อฉลทั้งปวง ที่เกิดขึ้นกับประเทศนี้ ขอประชาชนร่วมเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ต่อสู้กับความบิดเบี้ยวนี้ไปด้วยกัน.



