นางเจนธิชา ชัยชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12 นครสวรรค์ (สศท.12) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า  จากการติดตามกลุ่มแปลงใหญ่ตะไคร้บ้านวงฆ้อง หมู่ 11 ต.ลานกระบือ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร เพื่อศึกษาแนวทางการขับเคลื่อนและการพัฒนาแปลงใหญ่สมุนไพร ซึ่งนับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการรวมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกพืชสมุนไพรที่เข้มแข็ง ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐตลอดจนสถาบันการศึกษาในพื้นที่ โดยมีสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชรให้การส่งเสริมและผลักดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มมีการพัฒนาการผลิตตะไคร้ และพืชสมุนไพรอื่น ๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชสมุนไพรในพื้นที่ โดยจุดเริ่มต้นของกลุ่มเกิดขึ้นในปี 2550

จากการรวมตัวของเกษตรกรในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจบ้านวงฆ้อง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองภายในชุมชน เพื่อลดต้นทุนการผลิตและลดการใช้สารเคมีในการปลูกข้าวและมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นรายได้หลักของครัวเรือนในพื้นที่ โดยสมาชิกกลุ่มหลายรายมีพื้นฐานการเพาะปลูกพืชสมุนไพร เช่น ตะไคร้ อัญชัน และมะกรูดอยู่ก่อนแล้วจึงถือเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้และใช้ประโยชน์พื้นที่การเกษตรอย่างคุ้มค่า จากแนวคิดดังกล่าว จึงได้มีการต่อยอดและพัฒนาเป็นแปลงใหญ่ตะไคร้บ้านวงฆ้องอย่างเป็นทางการ ในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 120 ไร่ เกษตรกรสมาชิก 80 ราย

สถานการณ์การผลิตและการตลาด เกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่นิยมปลูกตะไคร้ 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์เกษตรเขียว และพันธุ์เกษตรขาว ภายใน 1 ปี สามารถปลูกได้ 1 – 2 รอบ ระยะเวลาการปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว 6 – 8 เดือน/รอบ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 3,000 กิโลกรัม/ไร่ ผลผลิตรวม 360 ตัน/ปี ซึ่งสมาชิกกลุ่มมีการวางแผนการผลิตอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งรอบการเพาะปลูกเพื่อให้มีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยผลผลิตร้อยละ 70 สมาชิกจะจำหน่ายกันเองให้กับผู้ผลิตและจำหน่ายพริกแกงในท้องถิ่น และผลผลิตร้อยละ 30 สมาชิกจะจำหน่ายให้กลุ่มในราคารับซื้อ 5 – 6 บาท/กิโลกรัม สำหรับการดำเนินงานของกลุ่ม แบ่งเป็น ผลผลิตตะไคร้สด ร้อยละ 10 นำมาทำความสะอาด คัดแยกขนาด และส่งจำหน่ายให้กับผู้ค้าส่งผักและสมุนไพร ในราคาเฉลี่ย 7–8 บาท/กิโลกรัม

ส่วนผลผลิตตะไคร้สด ร้อยละ 90 นำมาแปรรูปเป็นต้นตะไคร้แห้งและใบตะไคร้แห้ง โดยกลุ่มจะล้างทำความสะอาด ตัดแต่งส่วนรากออก แล้วหั่นต้นและใบเป็นแว่นหรือซอยเป็นชิ้นบางๆ ก่อนนำไปตากแห้งหรืออบด้วยตู้อบลมร้อนจนแห้งสนิท จากนั้นจึงบรรจุในถุงเพื่อจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางและผู้แปรรูปสมุนไพรในประเทศ ซึ่งตะไคร้แห้งของกลุ่มถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร เช่น ลูกประคบ และยาสมุนไพรต่าง ๆ ด้านราคาจำหน่าย แบ่งเป็น ต้นตะไคร้แห้ง ราคา 38 – 40 บาท/กิโลกรัม และใบตะไคร้แห้ง ราคา 15 – 16 บาท/กิโลกรัม  จากการจำหน่ายตะไคร้สดและตะไคร้แห้งสามารถสร้างรายได้ให้กลุ่มเฉลี่ย 684,300 บาท/ปี นอกจากนี้กลุ่มยังมีการแปรรูปสมุนไพรแห้งชนิดอื่นเพื่อจำหน่าย อาทิ อัญชัน ผิวมะกรูด และผักเสี้ยนผี ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ นายสุธรรม แสงเพ็ชร ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ตะไคร้บ้านวงฆ้อง หมู่ที่ 11 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร โทร 08 2180 9984