เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า  กมธ.ได้จัดประชุมเพื่อติดตามข้อร้องเรียนเรื่อง ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากโครงการเหมืองแร่โปแตชและเกลือหินของบริษัทเอกชนในพื้นที่ ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ที่ศาลากลางจ.นครราชสีมา โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม หลังจากนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ยื่นเรื่องร้องเรียนเมื่อวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา  โดยประเด็นสำคัญคือ ความคืบหน้าการตรวจพิสูจน์ผลกระทบ ความถูกต้องของรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และตรวจสอบการใช้วัตถุระเบิดในพื้นที่เหมือง ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ในรายงาน EIA ด้วย

นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การสรุปผู้ก่อมลพิษ มอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดประชุมคณะทำงานระดับจังหวัดฯ ภายในเดือน พ.ย. 2568 เพื่อสรุปต้นเหตุของการแพร่กระจายความเค็ม โดยนำข้อมูลของ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มาเปรียบเทียบกับ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน 2.แผนฟื้นฟูและเยียวยา ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) จัดทำแนวทางฟื้นฟูพื้นที่และแผนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมระบุแหล่งงบประมาณที่ชัดเจน

3.กรณีการใช้วัตถุระเบิดและการก่อสร้าง ให้ระงับการก่อสร้างชั่วคราว และให้ จ.นครราชสีมา ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้วัตถุระเบิดภายใต้ข้อมูลใหม่ที่ได้รับ โดยทางคณะกรรมาธิการที่ดินฯ จะมีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยและ กพร. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 4.การตรวจสอบมาตรการ EIA มอบหมายให้ สรข.6 ตรวจสอบการดำเนินงานปัจจุบันของบริษัทเอกชนว่าปฏิบัติตามมาตรการที่ระบุใน EIA ครบถ้วนหรือไม่ และให้สรุปผลนำเสนอในการประชุมเดือน พ.ย. โดยในส่วนของน้ำใต้ดินนั้น จะมีการประสานงานกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง

นายพูนศักดิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าจะติดตามความคืบหน้าทุกด้าน ทั้งการหาผู้รับผิด การฟื้นฟูพื้นที่ และการดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนและความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่นครราชสีมา

ขณะที่ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้กล่าวถึงความรู้สึกในวันนี้ว่า รู้สึกดีใจที่ทางกรรมาธิการได้ลงมาประชุมในพื้นที่ และช่วยผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหา เพราะเรื่องนี้คาราคาซังมา 4 ปีแล้ว หน่วยงานในพื้นที่ก็ช่วยกันปกปิดมากกว่าจะช่วยชาวบ้าน จนทำให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างล่าช้า โดยหวังว่าหลังจากกรรมาธิการกลับไป หน่วยงานต่างๆ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดกันอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ในวันที่ 27 ต.ค.นี้ นักปกป้องสิทธิมนุษยชน กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัททุนพลังงานรายใหญ่เชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินข้ามชาติ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีการทำเหมืองโปแตช ในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมาด้วย