วันที่ 28 ต.ค. นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนา BAM SYMPOSIUM 2025 ว่า ในอีก 2-3 วันนี้ ธปท. เตรียมออกประกาศหลักเกณฑ์การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือ เจวีเอเอ็มซี โดยเปิดทางให้ธนาคารร่วมลงทุนกับบริษัทเอเอ็มซี จัดตั้งเจวีเอเอ็มซี เพื่อรับโอนหนี้ด้อยคุณภาพ หรือเอ็นพีแอลของประชาชน ซึ่งจะเป็นการออกเกณฑ์อีกครั้งหลังจากเพิ่งเปิดให้จัดตั้งในรอบแรกและสิ้นสุดไปเมื่อสิ้นปี 67 ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้จะมีหลักเกณฑ์ใกล้เคียงของเดิม แต่จะขยายขอบเขตไปให้ธนาคารของรัฐเข้าร่วมได้มากขึ้น หวังแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทย
นอกจากนี้ ธปท. ร่วมกับกระทรวงการคลัง และสมาคมธนาคารไทย อยู่ระหว่างเจรจาหาข้อยุติการรับซื้อหนี้เสียเอ็นพีแอลประชาชนที่มีมูลหนี้ต่ำกว่า 1 แสนบาท และไม่มีหลักประกัน โดยจะรับโอนหนี้เอ็นพีแอลและช่วยคนในรอบแรก 2 ล้านคน จากทั้งหมด 4 ล้านคน แบ่งเป็นหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารพาณิชย์ 7 แสนคน, นอนแบงก์ที่อยู่ภายใต้ธนาคารพาณิชย์ 8 แสนคน รับซื้อโดยบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท และหนี้เอ็นพีแอลแบงก์รัฐ 4-5 แสนคน รับโดยบริษัท บริหารสินทรัพย์ อารีย์ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีก 1-2 สัปดาห์นี้ ส่วนในรอบที่สองเป็นกลุ่มนอนแบงก์ จะต้องมีการเจรจาขอความช่วยเหลือต่อไป
“ปัญหาเอ็นพีแอลในตอนนี้ยังไม่ใช่วิกฤติ แต่การอยู่ระดับสูงต้องรีบจัดการ แม้ระดับหนี้ครัวเรือนจะลดลงไม่มาก แต่การแก้ปัญหาจะมองถึงจำนวนราย โดยการแก้หนี้ผ่านการรับซื้อหนี้ครั้งนี้จะเปลี่ยนบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM ให้เป็น Social AMC ส่วนบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ หรือ BAM เข้าช่วยเหลือคนพร้อมกับตอบสนองผู้ถือหุ้นทางธุรกิจ หวังว่าเอเอ็มซีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการแก้ปัญหาหนี้เสีย ลดปัญหาฟ้องร้อง ลดปัญหาเชิงสังคม”
ทั้งนี้ หวังว่าเอเอ็มซีจะมีบทบาทมากขึ้นในการเข้าแก้ปัญหาหนี้เสียเอ็นพีแอล จากปัจจุบันรับซื้ออยู่ที่ 10% โดยคาดหวังว่าหลังจากนี้จะเพิ่มเป็น 20-30% อยากเอเอ็มซีรับซื้อหนี้เสียขยายตลาดในการช่วยคน ช่วยเอสเอ็มอี ช่วยสังคม และมีกำไรพอสมควร โดยปัจจุบันบริษัทเอเอ็มซีมีทั้งหมด 90 แห่ง และได้ดำเนินการอยู่ 45 แห่ง เพื่อรับซื้อเอ็นพีแอลมาปรับโครงสร้างและชำระในอัตราผ่อนปรน ลดดอกเบี้ย ไม่คิดค่าธรรมเนียม และไม่ต้องชำระเต็มจำนวน เพื่อให้หนี้เสียมาเป็นหนี้ดี ขณะที่ในตลาดเอเอ็มซี BAM มีบทบาทผู้นำตลาดถึง 45% และ SAM อีก 15% ของตลาด
ขณะเดียวกันอยากให้เอเอ็มซีเข้ามาสมัครสมาชิกในบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เพื่อให้มีฐานข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น และให้เห็นภาพหนี้ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ BAM เข้ามาเป็นสมาชิกแล้ว และต้องการให้เอเอ็มซีรายอื่นๆ เข้าด้วย ขณะที่สถานการณ์หนี้เอ็นพีแอลมีอยู่เกือบ 4% และเริ่มผิดนัดชำระ SM มีอยู่ 8-9% หากรวมกันจะสูงถึง 11-12% ของสินเชื่อรวม จากหนี้ครัวเรือนมี 86% แม้จะลดลงมาจาก 90% โดยหากไม่รีบแก้ปัญหาหนี้ จะทำให้เป็นตัวเหนี่ยวรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจไทย



