เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม. มีมติรับทราบตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย เสนอคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 377/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกฯ และ ครม.
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า ตามที่นายกฯ ได้แถลงนโยบายของ ครม. ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ซึ่งจะแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศเพื่อคืนความเชื่อมั่นและความสุขให้กับประชาชนใน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐการปฏิรูปกฎหมาย รวม 15 ข้อ นั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของนายกฯ และ ครม. ข้างต้นเป็นไปอย่างมีเอกภาพ นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11 (6) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า นายกฯ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกฯ และ ครม. โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังนี้ 1.องค์ประกอบ 1.1 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษา 1.2 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ในฐานะประธานกรรมการ 1.3 รองศาสตราจารย์ วรากรณ์ สามโกเศศ รองประธานกรรมการ 1.4 นายนพพล ชูกลิ่น รองประธานกรรมการ 1.5 น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธุ์ รองประธานกรรมการ 1.6 นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ กรรมการ 1.7 เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการกรรมการ 1.8 เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกรรมการ 1.9 เลขาธิการคณะรัฐมนตรีกรรมการ 1.10 ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณกรรมการ 1.11 เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกากรรมการ 1.12 ผู้อำนวยการสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง 1.13 ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กรรมการ 1.14 รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับมอบหมายกรรมการ 1.15 รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่ได้รับมอบหมายกรรมการ
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า 1.16 รองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมายกรรมการ 1.17 รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ได้รับมอบหมายกรรมการ 1.18 หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ กรรมการ 1.19 รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หรือที่ปรึกษาการพัฒนากรรมการและระบบราชการที่ได้รับมอบหมายเลขานุการ 1.20 นายอภิชน จันทรเสน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ 1.21 เจ้าหน้าที่สำนักงาน ก.พ.ร. ที่ได้รับมอบหมายกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า 2.หน้าที่และอำนาจ 2.1 ขับเคลื่อน เร่งรัด และติดตามนโยบายสำคัญของนายกฯ และ ครม. ไปสู่การปฏิบัติจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐในกำกับราชการ ฝ่ายบริหาร โดยให้ประสานงานกับรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลหน่วยงานนั้น หรือประสานงานกับประธานกรรมการในคณะกรรมการซึ่งปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้น 2.2 เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา/อุปสรรค เพื่อเร่งรัดดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมต่อนายกฯ หรือ ครม. เพื่อมีคำสั่งหรือมติต่อไป 2.3 ประสานความร่วมมือและเชิญผู้แทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือเชิญบุคคลมาชี้แจงข้อเท็จจริง ตลอดจนให้ความเห็นหรือข้อมูล เอกสารหลักฐานที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการ
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า 2.4 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อช่วยปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็น 2.5 ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่นายกฯ หรือ ครม. มอบหมาย 3.ให้สำนักงาน ก.พ.ร. เป็นหน่วยงานกลางในการประสาน รวบรวมข้อมูล ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของนายกฯ และ ครม. จากผู้ประสานงานของแต่ละส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรายงานผลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ 4.ให้สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.) สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการตามที่ประธานกรรมการหรือสำนักงาน ก.พ.ร. ร้องขอ 5.ให้สำนักงาน ก.พ.ร. อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้
น.ส.อัยรินทร์ กล่าวอีกว่า 6.การเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งตามคำสั่งนี้ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ) เบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือระเบียบของทางราชการแล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักงาน ก.พ.ร. ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ ครม.ชุดใหม่หลังการเลือกตั้งทั่วไปเข้ารับหน้าที่



