ย้อนไปเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จทอดพระเนตรโครงการธนาคารอาหารชุมชน ณ สวนป่าตามโครงการพระราชดำริปางตอง 1 (ห้วยมะเขือส้ม) ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีพระราชดำริแก่ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ในสมัยนั้น ณ วนอุทยานถ้ำแก้วโกมล เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2544

“…ทรงเป็นห่วงประชาชนจะไม่มีอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์บริโภคอย่างเพียงพอ เขียดแลว เป็นกบชนิดหนึ่ง ที่มีมากในท้องถิ่นจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเป็นที่นิยมบริโภคของประชาชน ทำให้เขียดแลวในสภาพธรรมชาติลดน้อยลง จนน่าเป็นห่วงว่าจะสูญพันธุ์ในอนาคต ขอให้กรมป่าไม้จัดหาพื้นที่เหมาะสม เพื่อทำการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ต่อไป โดยการจัดหาสถานที่เพาะเลี้ยงเขียดแลวแบบธรรมชาติ ให้กรมป่าไม้จัดหาพื้นที่อย่างน้อย 1,000 ไร่ กรมชลประทานจัดทำแหล่งน้ำสร้างความชุ่มชื้น กรมประมงจัดหาพันธุ์เขียดแลว ปล่อยในพื้นที่ป่าไม้ตามธรรมชาติ โดยให้ราษฎรเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ…”

“เขียดแลว” “กบทูด” หรือ “กบภูเขา” เป็นกบภูเขาชนิดหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก พบตามบริเวณภูเขาสูงในประเทศไทยแถบภาคเหนือ ภาคกลาง จะพบเขียดแลวบริเวณลำธารภูเขาที่มีป่าชุ่มชื้น มีอากาศเย็น ความชื้นสัมพัทธ์สูง และมีหมอกมาก ส่วนภาคใต้จะพบในพื้นที่ป่าสวนยางและป่าชุ่มชื้นที่มีแหล่งน้ำลำธาร

นายเกียรติศักดิ์ วังวล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าโครงการเพาะเลี้ยงเพาะพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติ ตามพระราชเสาวนีย์ จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ภายหลังจากพระราชเสาวนีย์ กรมป่าไม้จึงได้จัดตั้งโครงการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติตามพระราชเสาวนีย์ ทรงมีพระราชประสงค์ให้จัดหาสถานที่เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลวในพื้นที่อย่างน้อย 1,000 ไร่ เพื่อเป็นแหล่งอาหารโปรตีนสำหรับประชาชนในท้องถิ่น และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันดำเนินงาน ได้แก่ กรมชลประทานจัดหาแหล่งน้ำ, กรมประมงจัดหาพ่อแม่พันธุ์, และกรมป่าไม้

โครงการเพาะเลี้ยงเพาะพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติ ฯเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2544 ปัจจุบันโครงการอยู่ภายใต้สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และขยายพันธุ์เขียดแลวแบบธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประชากรเขียดแลวในธรรมชาติ และปล่อยคืนสู่ระบบนิเวศ เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในแต่ละปี โครงการฯจะดำเนินการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์เขียดแลว โดยเริ่มจากการเก็บไข่ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อแม่พันธุ์เขียดแลวจะลงมาจากภูเขาเพื่อวางไข่ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาดภายในพื้นที่โครงการ ไข่ที่เก็บได้จะนำมาฟักและอนุบาลในโครงการเป็นระยะเวลาประมาณ 60 วัน จนเป็นลูกเขียดแลว จากนั้นจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน) โดยปล่อยเฉลี่ยปีละ 5,000-10,000 ตัว ขึ้นอยู่กับจำนวนไข่ที่เก็บได้ในแต่ละปี

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า เขียดแลว เป็นเครื่องบ่งชี้ความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เขียดแลวอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์และมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สะอาด การมีเขียดแลวในพื้นที่จึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของป่าไม้ และแหล่งน้ำในบริเวณนั้น ปัจจุบันชาวบ้านในพื้นที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์เขียดแลว โดยไม่เข้าไปจับในป่า แต่จะร่วมกับเจ้าหน้าที่ปล่อยลูกเขียดแลวคืนสู่ธรรมชาติในวันที่ 12 สิงหาคม และวันสำคัญต่างๆ แม้เขียดแลวจะมีโปรตีนสูงและสามารถเป็นแหล่งอาหารได้ แต่ปัจจุบันในพื้นที่แม่ฮ่องสอนยังไม่มีประชาชนรายใดขออนุญาตเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่าย เนื่องจากเขียดแลวมีอัตราการเจริญเติบโตช้ามาก โดยตัวเต็มวัยใช้เวลามากกว่า 2-3 ปี และการจัดการกรงเลี้ยงต้องเลียนแบบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด มีน้ำไหลสะอาด ต้นไม้ และมีแหล่งหลบซ่อน

“เขียดแลว” เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2563 แต่สามารถขออนุญาตเพาะเลี้ยงและจำหน่ายได้

หน่วยงานกรมประมง โดย ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ถ่ายทอดความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และฝึกอบรมบุคลากรด้านการศึกษาและวิจัยการเลี้ยงเขียดแลว และยังมีศูนย์เพาะเลี้ยงเขียดแลวที่ศูนย์พัฒนาที่สูงปางตองในพระราชดำริ และบริเวณศูนย์พัฒนาลุ่มน้ำปาย (ท่าโป่งแดง) อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสามารถปล่อยลูกเขียดแลวได้มากกว่าโครงการฯปีละหลายหมื่นตัว

ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน กองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดจังหวัดแม่ฮ่องสอน กรมประมงระบุว่า ตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ปล่อยเขียดแลว 30 แห่ง ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ปล่อยลูกเขียดแลวและลูกอ๊อดเขียดแลวปีละ 30,000-50,000 ตัว ผลผลิตรวมสูงกว่า 1.2 ล้านตัว สำหรับแผนงานประจำปี 2567-2568 กำหนดไว้ปีละ 30,000 ตัว