สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่านายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐปฏิบัติการในทะเลแคริบเบียน โจมตีทำลายเรือ 4 ลำ ซึ่งต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 14 ราย และรอดชีวิตอย่างน้อย 1 ราย จากการโจมตีดังกล่าว


เฮกเซธยืนยันว่า หน่วยข่าวกรองติดตามแกะรอยเรือทั้ง 4 ลำ มานานระยะหนึ่งแล้ว เชื่อมั่นว่า เรือทุกลำบรรทุกยาเสพติด และอยู่ระหว่างลำเลียงยาเสพติด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันยังคงปฏิเสธเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะ ว่าเป้าหมายนั้นกำลังลักลอบขนยาเสพติดจริง หรือก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสหรัฐในทางใดหรือไม่


อย่างไรก็ตาม เฮกเซธไม่ได้กล่าวว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้รอดขีวิต โดยโยนให้เป็นการชี้แจงของกองทัพเม็กซิโก ซึ่งเปิดเผยเพียงว่า กำลังปฏิบัติการค้นหาในรัศมี 740 กิโลเมตร จากชายฝั่งของเมืองอะคาปุลโก ทางตอนใต้ของประเทศ


ทั้งนี้ สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ไปประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อเพิ่มพูนและขยายขีดความสามารถที่มีอยู่ ในการขัดขวางการค้ายาเสพติดและลดทอนศักยภาพขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ


ด้านกระทรวงมหาดไทยเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถทลายเครือข่ายที่สำนักงานสอบสวนกลาง (ซีไอเอ) ของสหรัฐ ให้ความสนับสนุนทางการเงิน ในการวางแผนโจมตีเรือพิฆาต “ยูเอสเอส เกรฟลีย์” ซึ่งกำลังจอดเทียบท่าอยู่ที่ตรินิแดดและโตเบโก “เพื่อสร้างสถานการณ์” แล้ว “โยนความผิด” หรือกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเวเนซุเอลา


ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา ทวีความตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้กองทัพสหรัฐปฏิบัติการทางทหารในแถบทะเลแคริบเบียน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่เรือซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติด


ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาประณาม ว่าการเสริมกำลังนี้มีเป้าหมายเพื่อ “สร้างสงคราม” และเตือนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ยังไม่หยุดสร้าง “สงครามที่ไม่สิ้นสุดครั้งใหม่” เวเนซุเอลามีขีปนาวุธแบบเคลื่อนจากพื้นสู่อากาศแบบพกพาของรัสเซีย 5,000 ลูก อยู่ในคลังแสง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ ที่ต้องการโค่นอำนาจมาดูโร โดยอ้างเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นฉากบังหน้า.

เครดิตภาพ : AFP