สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ว่านายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า กองทัพสหรัฐปฏิบัติการในทะเลแคริบเบียน โจมตีทำลายเรือ 4 ลำ ซึ่งต้องสงสัยลักลอบขนยาเสพติด มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่างน้อย 14 ราย และรอดชีวิตอย่างน้อย 1 ราย จากการโจมตีดังกล่าว
เฮกเซธยืนยันว่า หน่วยข่าวกรองติดตามแกะรอยเรือทั้ง 4 ลำ มานานระยะหนึ่งแล้ว เชื่อมั่นว่า เรือทุกลำบรรทุกยาเสพติด และอยู่ระหว่างลำเลียงยาเสพติด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลวอชิงตันยังคงปฏิเสธเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะ ว่าเป้าหมายนั้นกำลังลักลอบขนยาเสพติดจริง หรือก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสหรัฐในทางใดหรือไม่
Yesterday, at the direction of President Trump, the Department of War carried out three lethal kinetic strikes on four vessels operated by Designated Terrorist Organizations (DTO) trafficking narcotics in the Eastern Pacific.
— Secretary of War Pete Hegseth (@SecWar) October 28, 2025
The four vessels were known by our intelligence… pic.twitter.com/UhoFlZ3jPG
อย่างไรก็ตาม เฮกเซธไม่ได้กล่าวว่า เกิดอะไรขึ้นกับผู้รอดขีวิต โดยโยนให้เป็นการชี้แจงของกองทัพเม็กซิโก ซึ่งเปิดเผยเพียงว่า กำลังปฏิบัติการค้นหาในรัศมี 740 กิโลเมตร จากชายฝั่งของเมืองอะคาปุลโก ทางตอนใต้ของประเทศ
ทั้งนี้ สหรัฐส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน “ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด” ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ไปประจำการในทะเลแคริบเบียน เพื่อเพิ่มพูนและขยายขีดความสามารถที่มีอยู่ ในการขัดขวางการค้ายาเสพติดและลดทอนศักยภาพขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
ด้านกระทรวงมหาดไทยเวเนซุเอลาออกแถลงการณ์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถทลายเครือข่ายที่สำนักงานสอบสวนกลาง (ซีไอเอ) ของสหรัฐ ให้ความสนับสนุนทางการเงิน ในการวางแผนโจมตีเรือพิฆาต “ยูเอสเอส เกรฟลีย์” ซึ่งกำลังจอดเทียบท่าอยู่ที่ตรินิแดดและโตเบโก “เพื่อสร้างสถานการณ์” แล้ว “โยนความผิด” หรือกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาลเวเนซุเอลา
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา ทวีความตึงเครียด เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ สั่งให้กองทัพสหรัฐปฏิบัติการทางทหารในแถบทะเลแคริบเบียน ตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่เรือซึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้ลักลอบขนยาเสพติด
ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาประณาม ว่าการเสริมกำลังนี้มีเป้าหมายเพื่อ “สร้างสงคราม” และเตือนว่า หากรัฐบาลทรัมป์ยังไม่หยุดสร้าง “สงครามที่ไม่สิ้นสุดครั้งใหม่” เวเนซุเอลามีขีปนาวุธแบบเคลื่อนจากพื้นสู่อากาศแบบพกพาของรัสเซีย 5,000 ลูก อยู่ในคลังแสง เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ ที่ต้องการโค่นอำนาจมาดูโร โดยอ้างเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเป็นฉากบังหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



