สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐเริ่มทบทวนการประจำการกำลังทหารในยุโรปอย่างเป็นทางการ หลังนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ แจ้งต่อชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่า รัฐบาลวอชิงตันมีแผนดำเนินการดังกล่าว
นายเอลบริดจ์ โคลบี รมช.กลาโหมสหรัฐฝ่ายนโยบาย กล่าวว่า การทบทวนครั้งนี้จะเป็นการประเมินอย่างจริงจัง เพื่อให้มั่นใจว่า นาโตกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วและไม่อาจย้อนกลับได้ สู่การที่ยุโรปรับผิดชอบด้านการป้องกันประเทศแบบดั้งเดิมของตนเองเป็นหลัก
โคลบีกล่าวด้วยว่า ผลลัพธ์ของการทบทวนจะช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของนาโต ไปสู่การเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่ง มีความเป็นธรรม และมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
The outcome of this Review will be an acceleration of NATO’s transition to a stronger, more equitable, and sustainable alliance, continuing the trajectory of positive change achieved by President Trump and his team incentivizing and enabling allies to lead Europe’s conventional…
— Under Secretary of War Elbridge Colby (@USWPColby) July 28, 2026
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ วิจารณ์บรรดาชาติพันธมิตรในยุโรปหลายครั้ง เกี่ยวกับท่าทีต่อสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะการที่บางประเทศไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพของตนในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้ง
ขณะที่เฮกเซธเคยเตือนว่า สหรัฐอาจลดการใช้จ่ายด้านนาโต หากประเทศสมาชิกไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมตามที่กำหนด
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันยืนยันมาโดยตลอดว่า ต้องการให้ชาติสมาชิกนาโตในยุโรปรับผิดชอบการป้องกันประเทศของตนเองมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐกำลังปรับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงไปให้ความสำคัญกับการรับมือจีนมากกว่า
นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐยังแจ้งต่อพันธมิตรแล้วว่า จะลดจำนวนกำลังและยุทโธปกรณ์บางส่วนที่จัดสรรเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการของนาโตทั่วโลก.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



